รู้จักควบคุมตัวเอง


การรู้จักควบคุมตัวเอง เป็นสิ่งพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนควรมีในตัวเอง บางคนมามาก บางคนมีน้อย เราถึงได้เห็นพฤติกรรมของคนในสังคมที่แตกต่างกันออกไป สำหรับแม่ยุ้ยแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรปลูกฝังให้ลูกรักของเรา “รู้จักความต้องการของตัวเอง” ควบคู่ไปกับ “การรู้จักควบคุม” ตัวเอง ก็สอนกันไปตามวัยนะคะ พอดีมีกรณีที่จะยกตัวอย่างให้ฟัง จากประสบการณ์ที่เจอมากับตัวเอง

ปลาทูเป็นเด็กค่อนข้าง แอคทีฟ และตื่นเต้นกับสิ่งรอบตัว มีความสนใจกับทุกอย่างตอบตัวไปหมด จึงทำให้มีบางพฤติกรรมของลูกที่แม่ต้องแก้ไข เพราะปลาทูจะตื่นเต้น และหลุดจากสิ่งที่ทำตรงหน้าได้ง่ายมาก ๆ  แม่ยุ้ยจึงเริ่มสอนให้ลูกรู้ความต้องการตัวเองก่อน  ถามลูกเสมอว่า ตอนนี้หนูอยากทำอะไร อยากกินอะไร เราก็จะได้คำตอบจากลูกมามากมาย แล้วในขณะนั้น เป็นเวลาอะไร เราควรจะต้องทำอะไร  ตัวอย่างเช่น

ปลาทู : แม่ หนูอยากเล่นเกมส์เศรษฐีก่อนนอนจังเลย หนูไม่ได้เล่นมาหลายวันแล้วนะเนี่ย

แม่ : เหรอ แล้ววันนี้วันอะไรหละลูก ใช่วันเสาร์อาทิตย์ไหม ( วันนี้วันอังคาร)

ปลาทู : ไม่ใช่คะแม่

แม่ : แล้วนี่ลูกทำการบ้านเสร็จแล้ว ซ้อมเปียโน เสร็จก่อนเวลานอนไหมหละ

ปลาทู : เหลือเวลานิดเดียวเองแม่ เล่นไม่ทันแน่ ๆ

แม่ : นั่นซิเนาะ เวลานี้ ใกล้จะสองทุ่มมากแล้ว หนูต้องนอนแล้วเนาะ ไว้วันไหนที่ทำการบ้านเสร็จไว ซ้อมเปียโนไว มีเวลาเหลือ หนูก็จะได้เล่นใช่ไหม

ปลาทู : ใช่คะ

นี่คือตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า เขารู้นะว่าตัวเองต้องการเล่นเกมส์ และก็รู้ด้วยว่า วันนี้ และเวลาขณะนี้ ทำแบบที่ตัวเองต้องการไม่ได้ จึงไม่มีการโวยวาย ฟูมฟายที่ไม่ได้ดั่งใจอยากได้ เพราะรู้ว่า ที่ไม่ได้เพราะตัวเขาเองนั่นเอง

คำถามถามว่า ทำไมเราต้องฝึกให้ลูกรู้ ว่าจะต้องควบคุมตัวเอง เพราะถ้าเราสอนให้ลูกเข้าใจ ฝึกกันเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นในใจเด็กอย่างเป็นอัตโนมัติ เด็กจะไม่ทำตามคำสั่งเรา เพราะมีเราเฝ้าอยู่ตรงหน้าเท่านั้น  เด็กบางคน ทำตามทุกคำสั่งเลยเวลาแม่หรือครูอยู่ตรงนั้น แต่ลับหลัง ทุกอย่างที่พ่อแม่และครูห้าม ทำหมดสิ้น !!!  และถ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว สามารถควบคุมตัวเองได้ ปัญหาหลายอย่างก็จะง่ายขึ้น เอาแค่ชีวิตวัยรุ่นก็ได้คะ เราน่าจะง่ายขึ้นในการเลี้ยงลูกวัยรุ่นนะ แม่ยุ้ยเชื่อแบบนั้น

แม่ยุ้ยไม่ใช่แม่ที่ต้องมาถือไม้เรียว ยืนขู่ให้ลูกทำโน้นนี่ เพราะไม่เชื่อว่า ตัวเองจะสามารถไปทำหน้ายักษ์ขู่ลูกได้ทุกที่ จึงเปลี่ยนแนวทาง และความคิดตัวเองในการสอนลูกเสียใหม่ เราเลือกสอนให้ลูกรู้จัก สิ่งที่ตัวเองควรทำ และต้องทำ ถึงไม่มีแม่ไปยืนหน้ายักษ์ ลูกก็จะเรียนรู้ได้ว่า สิ่งที่มันปะทุในความอยากของเขา เขาควรทำมันหรือไม่

จากเด็กที่อยู่ ๆ สนใจอะไรนอกห้องเรียน เดินออกจากห้องเรียนไปเลย แบบไม่สนใจใคร ณ วันนี้ ปลาทูลูกแม่ ควบคุมตัวเองได้ดีขึ้นมาก ไม่ป่วนเพื่อนในห้อง ไม่ป่วนครู เวลาถูกทำโทษทั้งห้อง มักจะมาเล่าให้แม่ฟังเสมอว่า วันนี้โดนทำโทษทั้งห้องเพราะเพื่อนเสียงดัง เล่นกัน ไม่ฟังทิชเชอร์สอน แม่ก็จะถามเสมอว่า แล้วลูกแม่หละ เสียงดังมากไหม (คงไม่ถึงขั้นไม่เสียงดังเลยหรอกคะ แม่เผื่อช่องว่างไว้ให้หน่อยนึง)  ก็จะได้คำตอบว่า ไม่นะแม่

แล้วแม่ก็จะบอกเสมอว่า เวลาหนูโดนทำโทษทั้งห้อง เพราะเพื่อนเสียงดัง หนูรู้สึกยังไงบ้าง  ดังนั้นเราก็อย่าเสียงดังให้เพื่อนโดนทำโทษทั้งห้องเพราะเรานะลูกนะ แม่ไม่เคยสอนให้ลูกโทษเพื่อน แม่จะบอกเสมอว่า ลูกใครเป็นไง ไม่เป็นไรเดี๋ยวแม่เค้าหรือครูก็จะจัดการเอง แต่ลูกแม่ ไม่เป็นต้นเหตุใช่ไหม แค่นั้นแม่ก็โอเคแล้ว เราทำหน้าที่ของเราไปให้ดีนะลูก ไม่ต้องต่อว่าใคร

นำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ได้สบายนะคะ จะบอกว่า ชีวิตจะโล่งเบาขึ้นเยอะเลยด้วย ลองดูกันซิคะ