อย่าส่งต่อปมในใจคุณ ไปเป็นปมในใจลูกต่อ


เคยนั่งสำรวจตัวเองกันบ้างหรือเปล่าค่ะ ว่าในวันที่เราเป็นเด็ก เราต้องเผชิญอะไรต่อมิอะไรมาบ้าง แล้วเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้นมันสร้างแผลเป็น หรือปมในใจเราไว้มากน้อยแค่ไหน ? ถ้าใครยังไม่เคยนั่งนิ่ง ๆ แล้วย้อนสำรวจตัวเอง แม่ยุ้ยแนะนำให้ลองทำนะคะ เพราะหลาย ๆ พฤติกรรมของเรานั่น มันมาจากการถูกเลี้ยงดู ถูกหล่อหลอมมาในวัยเด็กส่วนหนึ่งเลยทีเดียว และแม่ยุ้ยก็เชื่อว่า ทุกพฤติกรรม ทุกลักษณะนิสัย มีที่มา มีที่ไปเสมอ *เชื่อในมุมของคนเป็นแม่และเป็นลูกนะคะ ไม่ได้มีความรู้ด้านการแพทย์หรืออะไรมาตัดสิน เชื่อจากสิ่งที่ตัวเองคิดและตัวเองเป็น

.

.

เด็กที่ถูกใช้ความรุนแรง … ก็อาจจะใช้ความรุนแรงได้เมื่อโตขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เด็กที่ถูกเลี้ยงมาด้วยความคาดหวัง … ก็อาจจะเติบโตมาเป็นคนที่จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นสมหวังและพอใจ ถึงจะรู้สึกโอเค

เด็กที่ต้องทำตามคำสั่งทุกอย่าง … ก็อาจจะไม่มั่นใจเมื่อต้องตัดสินใจทำอะไรเลยในวันที่เป็นผู้ใหญ่

เด็กที่ไม่เคยถูกยอมรับในเรื่องที่ไม่เก่ง ไม่ถนัด … ก็อาจจะรู้สึกไม่ดีกับตัวเองที่ทำให้พ่อแม่ชื่นใจไม่ได้ก็ได้

.

.

ทุกอย่างส่งผลต่อกันและกันทั้งสิ้น … ลองมองดูแล้วมันเป็น 2 ลักษณะคือ สิ่งที่ฉันเคยเจอ ฉันก็ทำกับลูกเช่นกัน ไม่ได้แปลกอะไร ฉันยังโดนแบบนี้เลยและก็มีอีกหนึ่งลักษณะคือ อะไรที่ฉันเคยเจอมาในวัยเด็ก ฉันจะไม่ให้ลูกเจอแบบที่ฉันเจอ ซึ่งถามว่า จริง ๆ มันก็ควรจะต้องเป็นทั้ง 2 ลักษณะในการเลี้ยงดูลูกในรุ่นต่อ  ๆ มา เพราะมันคือการสะสมประสบการณ์ เพื่อส่งต่อกัน

แต่ถ้าเราลองสำรวจและคิดให้ดี  ๆ แล้ว เราควรส่งต่อสิ่งไหน และไม่ควรส่งต่อสิ่งไหนให้ลูก นี่ต่างหากคือสิ่งที่ “สำคัญที่สุด” ถ้าเราเลือกจะส่งต่อสิ่งที่ควร ลูกก็จะไม่ต้องเจอความรู้สึกแย่ในแบบที่เราเคยเจอ และส่งต่อสิ่งดี ๆ ที่เราเคยเจอให้ลูก ลูกก็จะได้รับความสุข แบบเดียวกันกับที่เราเคยได้รับ แต่อยากจะให้คุณพ่อ คุณแม่ระวังสักหน่อยในมุมมองบางอย่างนะคะ เช่น

  • ฉันเรียนไม่เก่ง ลูกฉันต้องเรียนเก่งกว่าฉัน  – ลูกอยากเป็นแบบนั้นไหม ดูลูกด้วย ถามลูกด้วย
  • ฉันไม่เก่งเลข ลูกฉันต้องเก่งเลขกว่าฉัน – ลูกถนัดเลขหรือเปล่า ลูกชอบเลขหรือเปล่า
  • ฉันลำบาก ไม่เคยได้รับอะไรตามใจที่อยากได้เลย ลูกฉันต้องได้ทุกอย่าง – คิดให้ดีว่าการได้ทุกอย่างมันมีประโยชน์หรือโทษมากกว่ากัน
  • ฉันไม่เคยมีในวัยเด็ก ลูกฉันต้องสร้างทุกอย่างที่ฉันไม่มีให้ฉันให้ได้ – ลูกไม่ใช่เครื่องมือในการสานฝันของคุณนะ
  • ฉันเคยโดนดูถูก ลูกฉันต้องทำให้คนชื่นชมฉันให้ได้ – ลูกไม่ได้มีไว้อวดกัน ลูกมีชีวิตของเขาเองนะอย่าลืม
  • ลูกต้องทำทุกอย่างได้อย่างที่ฉันหวังซิ เป็นลูกฉันนะ – เรายังทำทุกอย่างอย่างที่คนอื่นหวังไม่ได้เลยนะ ลูกก็คนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกัน

ที่ลุกมาบอกให้คุณพ่อ คุณแม่ลองสำรวจตัวเอง ว่าเราได้ทำอะไรกับลูกลงไป มันมาจากสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นปมในใจของเราหรือเปล่า ? คุณกำลังผูกปมเดิม ๆ ที่ตัวเองเจอมาใส่ลงไปที่ตัวลูกหรือเปล่า ส่งต่อปมกันไปรุ่นสู่รุ่นอยู่ไหม ? ถ้าคุณค้นพบว่าใช่ แล้วลองปรับเปลี่ยนมุมมอง ปรับความคิด เปลี่ยนแนวคิดของตัวเอง คุณจะสามารถแก้ไข “สิ่งที่ควรแก้ไข” และใช้ความเข้าใจจากสิ่งที่คุณเคยเจอมา เอาไปเข้าใจ หัวใจลูกได้มากกว่าเดิม

รักลูก .. หรือ รักตัวเอง แยกให้ออกนะคะ หลายครั้งที่เราอยากให้ลูกทำโน้น ทำนี่ให้ได้อย่างใจคิด ด้วยเหตุผลว่า เรารักและหวังดีต่อลูก คิดให้ดี ๆ มองให้กว้าง ๆ ว่าเรารักลูก หรือเรารักตัวเองกันแน่ เรากำลังอยากพออก พอใจ อยากได้รับคำชื่นชมจากคนอื่นว่าเราเลี้ยงลูกได้ดี ตามแบบฉบับของคนหมู่มาก โดยไม่ได้ดูความเป็นตัวตนของลูกเลยหรือเปล่า อย่าเอาคำว่า รักและหวังดี มาเป็นข้ออ้างในทุก ๆ เรื่องอย่างขาดการมองแบบเป็นกลาง และใช้ความเข้าใจธรรมชาติของแต่ละคนนะคะ

ลูก .. มีชีวิตของเขาเอง มีความสุข และ ทุกข์ เหมือนเราเช่นกัน ไม่ว่าจะวัยไหน ๆ ก็ตาม ให้ลูกได้เผชิญหน้ากับความสุข และความทุกข์อย่างเป็นปกติและธรรมดา ปกป้องเกินไปก็ไม่ใช่ ละเลยเกินไปก็ไม่ควร จับความรัก และความหวังดีของเราในฐานะพ่อและแม่ให้อยู่ในจุดกึ่งกลาง ของครอบครัวเราเองให้ดีค่ะ

แต่คงไม่มีใครบนโลกนี้ ที่เติบโตมาโดยมีความสุข 100 % หรือทุกข์ 100 % นะคะ ไม่มีใครปราศจากปมในความรู้สึก ที่ลุกมาเขียนเรื่องนี้เพียงเพราะอยากให้พวกเราในฐานะแม่ และพ่อ ที่เคยเป็นลูกมาก่อน ลองหยิบสิ่งที่เราเคยเจอมามองให้ดี เพื่อจะไม่ผูกปมเดิมของตัวเองให้แน่นขึ้นในช่วงปมของลูก อันไหนที่เราแก้ไขได้ เราทำซะ … เรามีหน้าที่แก้ อย่าไปทำตัวเป็นผู้ผูกแบบไม่รู้ตัว โดยไร้ขีดจำกัด แล้วใช้คำว่า พ่อแม่ เป็น เงื่อนไขว่าเราจะทำอะไรกับลูกก็ได้

*** ขอย้ำกว่า เขียนเรื่องนี้จากความหวังดี ในฐานะเด็กที่เคยผ่านชีวิตมาในรูปแบบที่ไม่ได้สมบูรณ์พร้อม แต่วันที่ได้เป็นแม่คน ก็พยายามจะแก้ไขปมในใจตัวเองที่ถูกผูกไว้ ไม่ให้กลายเป็นปมใหม่ในใจลูกที่แน่นขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

 

#แม่ยุ้ยThePlatuStory