(คุณ)ค่าของเงิน 


สมัยอยู่ชั้นอนุบาล 3 
ปลาทูจะได้ค่าขนมไปโรงเรียนตอนเทอมสอง เทอมแรกแม่ยังไม่ได้ให้เงินไป

แล้วในเทอมแรกเราก็ตกลงกันว่า
ถ้าอยากกินอะไรที่โรงเรียน
ให้รอแม่ซื้อให้ตอนมารับ
ก็มีนะที่กลับมาเล่าว่า เพื่อนเอาขนมมาแบ่ง หรือแม้แต่ไปขอขนมเพื่อนกิน

แม่ก็สอนกันไปคะว่า ให้รอแม่นะ
การไปขอเพื่อน เราต้องเกรงใจเพื่อน
เกรงใจคือ เพื่อนซื้อขนม 20.-
เพื่อนจะได้กินไม่ครบ 20.-
แทนที่เพื่อนจะได้กินเงินของตัวเองครบแบบที่พ่อแม่เขาให้มานะลูก

แต่เพื่อนคนไหนแบ่งลูก เรียกว่า เพื่อนคนนั้นเป็นเด็กมีน้ำใจนะคะ

เมื่อเข้าเทอมสอง แม่และปลาทูตกลงกันว่า
ปลาทูจะได้ค่าขนม 20.- ก็ต่อเมื่อ อาบน้ำ แต่งตัว กินมื้อเช้า และจัดการตัวเองให้พร้อมออกจากบ้าน ภายในเวลา 8.00 น.

วันไหนลูกทำได้ ถึงจะได้เงิน

แล้วช่วงแรก ความตื่นเต้นในการใช้เงินมันมากมายเหลือเกิน ซื้อทุกวันคะ กินจนครบทุกอย่าง
แม่ยุ้ยก็ปล่อยนะคะ เพราะถือว่า เราให้ลูกแล้ว 20.- นั้นคือสิทธิของเขา

มีอย่างเดียวที่ขอคือ ถ้าอยากกินเฟรนฟรายให้บอกแม่ เดี๋ยวแม่พาไปกินแบบทอดเสร็จใหม่ ๆ

พักเดียวคะ .. เริ่มไม่ซื้อสักเท่าไหร่แล้
เมื่อไม่ค่อยอยากซื้อ แม่ถึงได้เริ่มคุยเรื่องการเก็บเงิน

การเลือกที่จะอธิบายในช่วงเวลาที่เหมาะสม ถือเป็นเทคนิคที่พ่อแม่ควรลองนะคะ
เพราะถ้าไปพูดในช่วงตื่นเต้น ช่วงอยากจะลองซื้อ ลูกไม่ฟังหรอกคะ

แม่เริ่มให้ปลาทู สะสมเงินให้มากขึ้น
เพราะการรู้จักอดทน สะสมเพื่อจำนวนที่มากขึ้น จะทำให้ซื้อของที่อยากได้ได้เอง

บางอย่างแม่จะออกให้ครึ่งหนึ่ง
และลูกจะต้องเก็บเงินออกเองครึ่งหนึ่ง

ด้วยการที่พ่อแม่ทำงานที่บ้าน
ภาพที่ลูกเห็นคือ กว่าพ่อแม่จะได้เงิน
พ่อแม่ต้องทำอะไรต่ออะไรหลายอย่าง
จึงถือเป็นข้อดีในการสอนเรื่องการใช้เงิน

สมัยแม่ขายของตลาดนัด
ปิดเทอมปลาทูก็ต้องไปด้วยที่ร้าน
เปิดเทอมก็จะได้เห็นพ่อแม่ขนของใส่รถ ไปส่งลูกแล้วไปขายของต่อ
เลิกขายให้ทันเวลากลับมารับลูก

กระบวนการเรียนรู้จากสิ่งที่เห็น
เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเสมอคะ

ปลาทูเป็นเด็กที่สนใจเรื่องค้าขาย
อาจจะเพราะเห็นภาพพ่อแม่ขายของ

แม่เลยสนับสนุนด้วยการแนะนำ
ลูกอยากขายอะไร ลองดูไหม
ชวนแม่ให้ทำวุ้นไปขายหน้าโรงเรียน
แต่โครงการนี้ยังไม่ได้ทำสักที
ตอนนี้ ถักกำไลหนังยางไปขายครูมด
ครูศิลปะที่เรียนวันอาทิตย์ เส้นละ 20.-

แล้วเพื่อนๆ แม่ก็เป็นลูกค้าของปลาทู
ความตั้งใจที่ขายกำไลหนังยางคือ
อยากได้นาฬิกาข้อมือซึ่งแม่ซื้อมาให้ก่อน 60.- จาก Daiso

ปลาทูขายกำไรหนังยางได้จนคร
จากที่แม่จะออกให้ครึ่งหนึ่
เด็กเอ่ยปากเลยว่า หนูจ่ายเองหมดเลยได้

แม่สอนลูกเสมอว่า เราขายของ
เราต้องคิดราคาของ ให้เท่ากับความยากในการทำของของเรา

และก็มีหลายครั้งที่มีลูกค้าจ่ายเงินเกินราคา
เด็กของแม่ก็จะไม่รับ เพราะมันมากเกินไป

การรู้จักพอเป็นเรื่องที่ควรปลูกฝัง
ผู้ใหญ่มีน้ำใจ อยากให้ ก็เป็นเรื่องดี
แต่ก็ควรต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจ
แม่แค่เพียงไม่อยากให้ ลูกแม่เคยชิน
กับการได้รับเงินมากๆ อย่างง่ายดาย
เพราะวันที่เขาจ่ายเท่าราคาของ
เด็กก็อาจจะมีคำถามได้เช่นกัน
วันนี้แม่จึงเลือกสอนแบบตรงไปตรงมา

เงินมีคุณ ก็มีโทษคะ
อย่าปล่อยให้เงินใช้เรา
เราต้องเป็นคนใช้เงิน
และต้องใช้อย่างมีสติ

อย่าปล่อยให้เงินเป็นทุกอย่าง
อย่าปล่อยให้เงินซื้อทุกอย่างได้
และอย่าปล่อยให้ลูกถูกซื้อได้ด้วยเงิน

ครั้งนึงปลาทูเคยกลับมาบอกแม่ว่า
เพื่อนไปเที่ยวเกาหลี เกาหลีอยู่ไหน
หนูอยากไปบ้าง ทำไมเราไม่ได้ไปหละ
ตอนนั้นอนุบาลสองเท่านั้นเอ

แม่ตอบไปว่า มันต้องใช้เงินมากเลย
ในการไปเที่ยวเกาหลี
น่าจะเท่ากับค่าเรียนที่โรงเรียนลูกทั้งเทอม ซึ่งแม่ต้องเก็บเงินไว้จ่ายค่าเรียน

เอาอย่างนี้ไหมลูก แม่กับพ่อกลับไปทำงานแบบเดิ
จะได้ได้เงินมากกว่าขายของแบบนี้
แล้วเราเอาเงินไปเที่ยวเกาหลีกัน
แต่ลูกต้องกลับไป นั่งรถโรงเรียนนะ
แล้วก็รอแม่ดึกนิดนึงกว่าจะเลิกงานมันดึก

เด็กของแม่ตอบว่า หนูไม่ไปก็ได้แต่แม่ขายของแบบนี้นะ
หนูอยากให้พ่อมาส่ง มารับที่โรงเรียน
อยากกินข้าวพร้อมกัน อยากนอนพร้อมกัน

คุณค่าของความใกล้ชิดสำคัญกับลูกบ้านนี้คะ
แม่ก็มีหน้าที่บ่มเพาะ ปลูกฝัง
ให้ลูกของแม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ควร
ท่ามกลางกระแสสังคมในปัจจุบันเท่านั้นเองคะ