เตรียมตัวอย่างไร เมื่อลูกต้องย้ายโรงเรียน


เปิดเทอมที่ผ่านมา ปลาทู ขึ้น ป.4 และเป็นการเริ่มต้นชีวิตเด็กประถมปลายที่โรงเรียนใหม่ หลายคนที่ติดตามกันอยู่ก็มีสอบถามมาว่า แม่ยุ้ยเตรียมตัวปลาทูยังไงค่ะเนี่ย ปลาทูดูปรับตัวได้ไว และมีความสุขกับโรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ และสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ได้ง่ายดีจัง วันนี้แม่ยุ้ยจะมาเล่าให้ฟังกันแบบยาว ๆ เลยนะคะ เผื่อจะเป็นข้อมูลสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่มีแผนอยากจะย้ายโรงเรียนลูก

★ ตัดสินใจร่วมกัน เรื่องการย้ายโรงเรียน ★

ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายโรงเรียน เราตัดสินใจร่วมกันนะคะ จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่ ลูกเริ่มไม่แฮปปี้กับการเรียนแบบเดิมที่เรียนอยู่ ปลาทูเรียนหลักสูตรสองภาษา ก็จะมีวิชาที่จะต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษเพิ่มเติมมาจากวิชาที่เรียนเป็นภาษาไทยตามหลักสูตรแกนกลางของกระทรวงเพิ่มขึ้นมา 3 วิชา คือ math science และ health ซึ่งเรียนกันมาตั้งแต่ ป.1 ถือเป็นการฝึกทักษะด้านการใช้ภาษาอังกฤษไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมา ปลาทูก็สนุกสนานกับการเรียนแบบนี้มาโดยตลอด จนเริ่มมีอาการไม่ค่อยโอเคในปี ป.3 ที่ผ่านมานี้

ลูกเรียนไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจในเนื้อหา ภาษาอังกฤษก็ฟังพอได้ โต้ตอบพอได้ แต่พอเนื้อหายาก เรื่องราวที่เข้าใจยาก เลยทำให้ตามไม่ทัน ต่อไม่ติด และความรู้สึกไม่สนุกกับการเรียน เริ่มก่อตัวขึ้น กลับมาบ้าน ทำการบ้าน ก็เริ่มบ่น ขอความช่วยเหลือจากแม่และพ่อ ให้ช่วยสอนให้อีกที จนผ่านไปสักระยะ เราเริ่มคุยกันว่า ” ไหวไหมลูก ? ”

เหตุผลที่แม่ยุ้ยเลือกโรงเรียนแบบสองภาษาให้ปลาทูตอน อ.3 นั้นเนื่องจากไม่อยากให้ลูกต้องเรียนแบบเน้น อ่านเขียนมากมายในวัยเด็ก เน้นเรียนให้สนุก ชิว ๆ สบาย ๆ กันไป แล้วก็มองว่า ถ้าลูกพร้อมเมื่อไหร่ค่อยว่ากันเรื่องการเรียนแบบวิชาการ วันที่ถามลูกว่าไหวไหม ? ลูกเริ่มตอบแบบไม่แน่ใจ เริ่มมีสีหน้า เริ่มมีอาการไม่ค่อยดี เหมือนก่อนหน้านี้ที่เราเคยเจอกันมา เราจึงเริ่มคุยกันจริงจังขึ้นว่า เปลี่ยนไปเรียนแบบอื่นไหมลูก ?

หลักสูตรที่เรียนคือ EP ถ้าเราเลือกเรียนหลักสูตร IEP มันก็จะเบาลงมาหน่อยนะ ถ้าหนูไม่ไหวจริง ๆ บอกแม่นะ เราจะลองหาโรงเรียนใหม่กันดู เพราะขึ้น ป.4 ถือว่าเป็นประถมปลาย ถ้าจะย้าย ก็ย้ายได้ แม่ว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แล้วแม่ก็เริ่มหาข้อมูลได้มาว่า มีโรงเรียน IEP แถวบ้านไม่ต้องเรียน 3 วิชานี้ ( math science และ health ) สนใจไหมลูก เป็นโรงเรียนที่แม่เคยดูไว้ตอนหนูจะขึ้น ป.1 แต่ก็ไม่ได้เลือก ถ้าหนูอยากย้ายจริง ๆ เราไปดูโรงเรียนนี้กันอีกรอบ

★ พาลูกไปดูโรงเรียนใหม่ ★

แม่กับพ่อไปดูและไม่คุยรายละเอียดมาก่อน เห็นว่า โอเค ตอบโจทย์เรา และยอมรับได้ในเรื่องกฎเกณฑ์แบบแผนต่าง ๆ ของโรงเรียน แม่เลยชวนลูกไปดู ซึ่งเมื่อวันทีปลาทูไปดูโรงเรียน แม่ก็สอบถามถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนมีอยู่เป็นปกติ มีการสนับสนุนให้นักเรียนทำกิจกรรมอื่น ๆ นอกห้องเรียนไม่น้อยเลย มีโครงการต่าง ๆ ที่ดูแล้วปลาทูน่าจะสนใจ ลูกจึงบอกแม่ว่า “หนูอยากย้ายมาเรียนที่นี่”

★ เปรียบเทียบค่าใช้จ่าย ★

เมื่อลูกชอบ แม่ก็เริ่มคำนวณเรื่องค่าใช้จ่าย โรงเรียนเดิมประกาศขึ้นค่าเทอมในปีการศึกษาถัดไปพอดี แม่จึงสรุปเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วอธิบายให้ลูกฟังว่า การย้ายโรงเรียนไปที่ใหม่ ค่าเทอมที่แม่ต้องจ่ายลดลงประมาณ ครึ่งนึง นั่นหมายความว่า แม่จ่ายค่าเทอมที่เก่า 1 เทอม เท่ากับเราเรียนที่ใหม่ได้ประมาณ 1 ปี  เลยนะลูก ปลาทูถึงกับตาโต !!!  การย้ายโรงเรียนครั้งนี้ มีข้อดีเพิ่มอีกข้อคือ แม่ประหยัดค่าใช้จ่ายลงมากพอสมควรเลย

★ การเดินทาง ★

เราไม่ได้เดินทางไกลจากเดิมนัก เราใช้เวลาเดินทางพอ ๆ กับโรงเรียนเดิม และเส้นทางที่ผ่าน ก็ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาจากบ้านไป ร.ร. อย่างเร็วสุด 15 นาที ช้าสุดก็ 30 นาที ซึ่งแม่ว่าโอเค

เมื่อเราสรุปทุกอย่างร่วมกันได้แล้วว่า “เราจะย้ายโรงเรียนกัน” ขั้นตอนต่อไปคือ ปลาทูต้องไปสอบวัดผล ให้ผ่านตามเกณฑ์ที่โรงเรียนต้องการก่อน เราถึงจะเข้าไปเรียนได้ เพราะโรงเรียนใหม่ ไม่ได้รับเด็กทุกคนที่มาสมัคร แต่เด็ก ๆ ต้องสอบผ่านเกณฑ์ที่ทางโรงเรียนกำหนดให้ได้เสียก่อน ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้มากมายอะไร เอา 50% เป็นเกณฑ์ผ่าน ซึ่งก็ไม่น่าจะยากสำหรับเด็กปลาทูของแม่ แล้วถ้าสอบผ่านแล้วเรามาตัดสินใจกันอีกทีว่า ย้ายแน่ ๆ ใช่ไหม ?

★ ผลสอบว่า “ผ่านแล้ว” ก็ต้องเตรียมตัวกัน”

แม่อธิบายให้ปลาทูฟังว่า หนูจะต้องไปเจออะไรบ้างที่แตกต่างไปจากที่เดิม ซึ่งอันนี้แม่บอกให้หนูรู้ตัวก่อนนะ ก่อนที่เราจะตัดสินใจไปจ่ายค่าเทอมกัน  ถือว่าเป็นการตัดสินใจรอบสุดท้ายเอาให้แน่นอนก่อน

➟ เพื่อนใหม่ : อันนี้แน่นอน หนูต้องทำความรู้จักเพื่อนใหม่นะ ซึ่งก็อาจจะเจออะไรแปลกใหม่  ๆ

➟ ทีนี่มีกฎระเบียบชัดเจน ค่อนข้างเป๊ะ ต่างจากโรงเรียนเดิม  เช่น ไปโรงเรียนสาย 5 ครั้ง ทาง ร.ร. จะเชิญผู้ปกครอง , ผมยาวต้องถักเปียสองข้าง ผูกโบว์สีขาว ไม่มีแฟชั่นใด ๆ ทั้งสิ้น

➟ วิชาที่เรียน : หนูไม่ได้เรียน 3 วิชาที่ไม่ไหว แต่ก็จะต้องเรียนวิชาที่เป็นภาษาไทย มากขึ้นหน่อยนะ หนูอาจจะต้องปรับตัวมากหน่อยในช่วงแรก เพราะก็มีเนื้อหาบางส่วนที่ ป.3 ที่โรงเรียนเดิมเราไม่ได้เรียนแบบที่นี ซึ่งแม่ว่า ก็ไม่ได้ยากเกินที่เราจะตามเพื่อนให้ทัน เอาเท่าที่ได้แบบเดิม ขอให้ตั้งใจ แม่โอเคแบบนั้นเหมือนเดิม

➟ เรียนภาษาอังกฤษ ต่างไปจากเดิมนะ : ที่นี่เรียนภาษาอังกฤษกับทั้งครูไทย และครูต่างชาตินะลูก ถ้ามองเป็นข้อดี หนูจะมีครูไทยคอยช่วยสรุปให้ และก็ยังได้เรียนกับครูต่างจาก ทักษะภาษาเดิมที่หนูมีอยู่ ก็ได้ใช้แต่อาจจะไม่ได้มากและถี่แบบที่เดิม แต่ก็ถือว่าโอเคนะแม่ว่า

➟ หนูต้องฝึกรับผิดชอบให้มากขึ้น : แม่บอกได้เลยว่าทีนี่การบ้านเยอะกว่าที่เก่า แต่แม่มองว่า หนู ป.4 แล้ว น่าจะรู้จักแบ่งเวลารับผิดชอบได้ดีขึ้นแล้วหละ โตแล้ว

ถ้าทุกอย่างที่แม่พูดมาหนูโอเค กลับมาให้คำตอบแม่ว่าเราจะย้ายกันไหม ? ถ้าย้ายแม่จะเตรียมเงินไปจ่ายค่าเทอมที่ใหม่ให้ ซึ่งหลังจากนั้น ประมาณ 1 สัปดาห์ ปลาทูมาสรุปว่า หนูอยากย้ายโรงเรียน นั่นคือการตัดสินใจร่วมกันของพวกเรา เราใช้เวลาประมาณ เทอมกว่า ๆ ในการเก็บรายละเอียด ดูอาการลูก และชวนกันคิดในแง่มุมต่าง ๆ ร่วมกัน

แล้วเดี๋ยวตอนหน้าแม่ยุ้ยจะมาเล่าเรื่องการปรับตัวของปลาทู กับชีวิตเด็กประถมปลายที่ ร.ร.ใหม่กัน

 

#แม่ยุ้ยThePlatuStory