แม่จ๋า..หนูอยากได้จักรเย็บผ้า


เป็นเสียงร่ำร้องอยากได้จักรเย็บผ้าของเด็กหญิงปลาทู เฝ้าขอมาหลายครั้งหลายหน จนล่าสุดแม่พาไปเดินดูในห้าง ที่ร้านขายพร้อมให้พี่พนักงานเย็บให้ดูว่า การเย็บมันต้องทำยังไง มันเป็นอย่างที่หนูคิดไว้ไห

แล้วเราสามคนก็ตกลงกันว่า วันนี้แม่พามาดูจักรเพื่อสร้างเป้าหมายในการเก็บเงินซื้อกันนะลูก เพราะแม่จะให้หนูเก็บเงินให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาซื้อ

ต่อไปนี้ถ้ายังคงอยากได้อยู่ให้เก็บเงินจากค่าขนมที่แม่ให้ก่อนใช้ ปกติปลาทูจะได้เงินเดือน เดือนละ 400 บาท แม่ยุ้ยก็ให้คิดเลยว่า จะเก็บออมเพื่อซื้อจักรเท่าไหร่ ก่อนใช้จ่ายอย่างอื่น

ปลาทูบอกว่า หนูจะเก็บเดือนละ 100 บาทนะแม่ .. แม่กับพ่อเลยบอกว่า โอเค งั้นพ่อจะช่วย 200 แม่อีก 200 ทุกเดือนที่หนูเก็บ

แล้วเมื่อได้เงินครบแล้ว เรามาดูกันว่า หนูยังอยากได้จักรเย็บผ้าเท่ากับวันนี้อีกไหม ถ้ายังคงอยากได้จริง ๆ เราจะซื้อกัน

★ ทำไมไม่ซื้อให้เลย .. ทำไมต้องให้ลูกรอนานขนาดนั้น ?

ทุกความอยากได้ ควรต้องผ่านการกลั่นกรองก่อนเสมอว่า เราอยากได้มากแค่ไหน เราชอบมันมากแค่ไหน ถ้าความอยากได้ ความชอบมันมีมาก เราจะมุ่งมั่นกับมันมากขึ้น และเวลาที่เราได้มาแล้ว เราจะเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นมาก เพราะคำว่า “กว่าจะได้มามันไม่ง่ายเลย”

แม่ยุ้ยต้องการสอนลูกให้เห็นคุณค่าของความพยายาม เพื่อจะได้อะไรสักอย่างมาด้วยน้ำพัก น้ำแรงของตัวเอง

ไม่ใช่อยากได้ ก็ร้องขอ … เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็หาให้ ได้มาแป๊ปเดียวก็เบื่อ พอทิ้งตั้งไว้ไม่หยิบอีกเลย เราไม่อยากให้มันเป็นกระบวนการแบบนั้น

มารอดูกันนะคะว่า โปรเจคจักรเย็บผ้าของ ด.ญ.ปลาทูจะสำเร็จไหม ?

#แม่ยุ้ยThePlatuStory