สอบขับรถ เพื่อใบขับขี่


หลังจากสอบข้อเขียนผ่านกันไปแล้ว ก็ต้องนัดวันเพื่อสอบขับรถ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะเขตที่แม่ยุ้ยไปสอบ คือ ขนส่งจตุจักร ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกเลยว่าที่นี่เป็นที่เดียวที่ใช้ระบบ e-driving ในการสอบ นั่นคือจะมีกล้อง มีเซ็นเซอร์คอยเช็คระยะห่าง ต่าง ๆ ตามกฎเกณฑ์แบบ เป๊ะเวอร์ !!! แต่ก่อน นิด ๆ หน่อยๆ ใช้คนดูก็พอจะหยวน ๆ ให้กันได้บ้าง แต่พอเป็นระบบแบบนี้ หยวนไม่ได้เลยคะ

1466029_982208998472934_5558883748276115783_n

ตอนนัดวันสอบเจ้าหน้าที่ก็จะลงรอบ 8.00 น.ให้เป็นส่วนมาก เช้าวันสอบก็เตรียมตัวให้พร้อมคะ ไปถึงก่อนเวลาสักหน่อยก็ดี ไปกินข้าวให้อิ่ม เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย แล้วก็นั่งรอเรียกคิว จากนั้นก็จะได้ขึ้นไปดูวีดีโอรายละเอียดท่าสอบ ซึ่งท่าสอบมีทั้งหมด 3 ท่า คือ เดินหน้าตรง ถอยหลังตรง , จอดเทียบฟุตบาท และถอยเข้าจอดช่องจอดด้านซ้าย และจากสถิติแล้ว ท่าที่สอบตกกันเยอะสุดคือ “ท่าจอดเทียบฟุตบาท” 

สอบครั้งที่ 1 : ไม่ผ่านคะ ตก 2 ท่าเลย ท่าเทียบฟุตบาท ต้องระยะห่าง 25 ซม. ด้านข้างของขอบฟุตบาทจะมีระยะที่มีแถบสีเหลืองไว้ให้ คือล้อต้องทับแถบสีเหลืองทั้งล้อหน้าและล้อหลัง และหยุดในระยะที่กำหนดคือ ล้อต้องเหยียบเส้นขาวเล็ก แต่หน้ารถต้องไม่เกินเส้นขาวใหญ่  และท่าถอยเข้าจอดที่ไม่ผ่านเพราะ ระยะห่างจากฟุตบาทก็ต้องทับเส้นแถบเหลืองเช่นกันคือจอดแล้วต้องไม่ห่างจากฟุตบาท 25 ซม.เหมือนกันเลย

168356

 

ก็ไม่อยากจะบอกว่า ตอนถอยเข้าจอด แม่ยุ้ยใช้เกียร์ถอยหลัง 1 เกียร์ เข้าจอดได้ในช่องเลย จอดเสร็จ “นั่งดีใจ 5 วินาที” ระบบประมวลผล แหกปากดังลั่นว่า “ไม่ผ่านคะ” ตอนนั้นก็ยังงง ว่าทำไม่ผ่านหละ ก็ถอยได้แล้วนะ แล้วเค้าให้ใช้ 7 เกียร์ทั้งหมดในการเข้าและออก ก็ไม่เกินนิหว่า พอไปรับผลถึงได้รู้ว่า ก็จอดห่างฟุตบาทเกิน 25 ซม.นินา แต่จะบอกว่า ก็ยังดีใจอยู่ดีที่ ถอยเข้าไปจอดได้  (ซ้อมหน้าบ้านอยู่หลายตลบ)

168355

 

หลังจากการสอบคร้้งแรกก็ได้คำแนะนำจากเพื่อน ๆ และคุณแม่ในเพจที่สอบมาก่อนว่า ให้ปรับ กระจกด้านซ้ายให้กดต่ำสุดจนเห็นล้อรถจะได้กะระยะเทียบฟุตบาทได้ แต่เวลาซ้อมเนี้ย เป๊ะเวอร์อ่ะ ก็ซ้อมก่อนไปสอบนะ

10433133_982848435075657_912905349896544476_n

 

สอบครั้งที่ 2 : สอบผ่านท่าถอยเข้าจอดแล้วเรียบร้อย แต่ก็ยังไม่ผ่านท่าเทียบฟุตบาทอยู่ดี เหตุผลคือ มัวแต่พะวงกับกระจกซ้ายที่คอยดูเส้นเหลือง แล้วมันก็น่าจี๊ดตรงที่ ล้อหลังทับเส้นเหลือง แล้วก็สบายใจมากมาย พอจอด ระบบก็ยังแหกปากว่า “ไม่ผ่านคะ” เราก็ อ้าว ไรวะ

11100_984079178285916_5318597396432308394_n

นี่คะเหตุผล ล้อหลังทับเส้นแต่ล้อหน้ากำลังเบนออกคะ ขำซะน้ำตาจะร่วง เอาวะ !!! สอบอีกรอบก็ได้ ไม่เป็นไร ทำใจได้แล้ว สอบกันจนกว่าจะผ่านนี่หละ มีเวลา 90 วันนับจากวันที่มายื่นคำร้อง ถ้าสอบไม่ผ่านภายใน 90 วันต้องย้อนกลับไปสอบข้อเขียนใหม่ ดูซิ จะผ่านไหม

สำหรับท่าถอยเข้าจอด ใครที่ไปเรียนขับรถมา บอกได้คำเดียวว่า “ทำตามที่ครูบอกให้เป๊ะ แล้วคุณจะสอบผ่าน”  ค่อย ๆ มองทีละจุดตามที่เค้าสอน มันจะถอยลงล็อคพอดี ทีแรกที่ยุ้ยไม่ได้ทำตามเพราะคิดว่า ระยะรถเรากับรถครูต่างกัน สรุป เอาแบบเดียวกันเลย ผ่านฉลุย !!!

สอบครั้งที่ 3 : รอบนี้บอกเลย ไปแบบ ไปงั้น ๆ เพราะเริ่มหายตื่นเต้น แต่เป็นอารมณ์แบบว่า เออได้ก็ได้ ไม่ได้ก็สอบใหม่ นัดรอบใหม่วันไหนดีนะเนี่ย แล้วระหว่างสอบ คิดอย่างเดียวเลยคะ ฉันจะขับตามความรู้สึกฉันแระ ไม่ห่วงกระจก ไม่ห่วงเส้นเหลือง ดูแค่พอรู้ แล้วฉันจะขับ ช้า ช้า ช้า ให้มากที่สุดเพราะ มาเพื่อสอบท่าเดียว จะได้ใช้เวลาให้คุ้มค่า สรุปว่ารอบนี้ ความช้า ช้า ช้า ได้ผลคะ ค่อย ๆ ไหล ๆ  ๆ ๆ จนสำเร็จ ระบบแหกปากบอก “ผ่านคะ”

driver-id-yui

ได้จ่ายเงิน 205 บาทค่าใบขับขี่เสียทีหละทีนี้ .. แล้วหลังจากนี้ ซิจะยากกว่าสอบตรงที่ต้องกลับไป ขับให้ได้ในชีวิตจริงนี่หละ ถ้าหลายคนอ่านมาตั้งแต่ต้น คงรู้แล้วว่า “การขับรถคือสิ่งที่แม่ยุ้ยกลัวที่สุด” เคยคิดขนาดที่ว่า ชีวิตนี้ ฉันคงทำเรื่องนี้ไม่ได้ แต่แล้วการเรียนครั้งที่ 3 กับความคิดที่ว่า ฉันต้องลองให้สุด มันต้องได้ซิน่า แม่ยุ้ยเดินทางมาจนถึงจุดที่ มีใบขับขี่แล้ว และเราต้องรวบรวมความกล้า ฝึกต่อไปจนขับขึ้นถนนให้จงได้

แล้วการขับรถออกจากหมู่บ้านก็ได้เริ่มต้นขึ้น ขับในซอยไปซุปเปอร์ท้ายซอย ขับไปได้ ยังขับกลับไม่ได้ แล้วก็ลองขึ้นถนน ไปส่งลูกรอบแรก

เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ขับรถไปส่งปลาทูไปเรียนครูมด เป็นครั้งแรกที่แม่ขับรถออกจากซอยบ้าน

ปลาทู : แม่จะขับไปจริง ๆ เหรอ ไหวเหรอ
แม่ : ไหวซิ นี่ยังเช้าอยู่เลย ยังไม่ค่อยมีรถหรอก ไปได้แหละ
ปลาทู : หนูปวดหัวแล้วอ่ะแม่ หนูเครียด
แม่ : ยังไม่ได้ออกรถเลย ปวดหัวแล้ว ไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอกน่า
พ่อ : ไม่น่ากลัวหรอกลูกค่อย ๆ ไป

ออกจากหมู่บ้าน แม่เกือบสอยมอไซต์ 1 หน่วย

ก่อนออกจากซอยบ้าน เพื่อเข้าถนน แม่ก็ดูให้ชัวร์ก่อนไง พอดีพี่คันหลังเค้ารีบ เลยบีบแตรให้หนึ่งตลบ

ก่อนเลี้ยงเข้าซอยบ้านครูมด แม่ตื่นเต้น ลืมเปลี่ยนเลน จอดเปิดไฟ เลี้ยงซ้าย รออยู่หน้าแยก รถหลังบีบแตรทักทายนิดนึง

แต่แม่ก็ขับจนถึงบ้านครูมดนะ พอรถจอดปุ๊ป

ปลาทู : แม่เปิดรถให้หนูลงหน่อยซิ หนูไม่ไหวแล้ว
แม่ : (ขำกร๊ากเลย) ได้ ๆ รอแป๊ปนะ
ลงไปเจอครูมด ก็คุยกันว่า แม่ยุ้ยขับมาแน่ ๆ ดูจากวิธีการถอยจอดแล้ว
ปลาทู : ไม่ไหว ไม่ไหว หนูไม่ไหว แม่กอดปลอบใจหนูหน่อยนะ แต่แม่ขับในหมู่บ้าน สะดวกแล้วนะ แต่นอกหมู่บ้านยังไม่ไหวนะแม่

ขำก็ขำ .. ต้องคุยกันให้เข้าใจก็ต้องคุย ว่าทุกคนเริ่มต้นฝึกก็เป็นแบบนี้หละลูกให้โอกาสแม่นิดนึงนะ ถ้าไม่ให้แม่ขับ แม่ก็ขับไม่ได้สักกะทีนะ แล้วเราก็ตกลงกันว่า ต่อไปนี้ เช้าวันอาทิตย์ แม่จะเป็นคนขับไปส่งปลาทูทุกครั้ง โดยมีพ่อนั่งอยู่ข้าง ๆ จนกว่าแม่จะขับได้ “สะดวก” เด็กเค้าใช้คำนี้ แฮะ ๆ

แต่พอโพสเรื่องนี้ไปทำให้ได้รู้ว่า “เกือบทุกคนมีอาการแบบนี้หมดเลยในช่วงแรกที่หัดขับ” จะบอกว่า กำลังใจดีขึ้นเยอะมากเลยคะ แต่วันนั้นลงจากรถแล้ว เปลี้ยไปทั้งตัวเลย ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แขนขาไม่มีแรง น่าจะเกิดจากความเกร็งไปหมดทั้งตัว แต่ไม่เป็นไร ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ขับบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเอง คนขับจะพยายามชินนะคะ เด๊๋ยวจะไปบอกคนนั่งด้วย

แล้วมารอดูกันว่า เมื่อไหร่แม่ยุ้ยจะขับไปส่งปลาทูที่โรงเรียนได้หนอ ??? แต่รับรองว่า ต้องได้แน่ ๆ อยู่ที่ว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเอง