ทำไมต้องสอบ”แข่งขัน” เข้าโรงเรียนด้วย ‼️


ก่อนหน้าที่ปลาทูจะขอไปเรียนพิเศษ แม่ยุ้ยก็ชวนลูกคุยว่า ปีนี้ ป.6 หนูต้องเตรียมตัวสอบแข่งขันเพื่อจะเข้าโรงเรียน มัธยมนะลูกนะ ซึ่งเราคุยเรื่องนี้กันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี ป.5 แล้วนะคะ แต่แม่เองก็ไม่ได้คุยแบบจริงจังอะไรมาก จนพอ ป.6 เลยเริ่มคุยกันจริงจังขึ้น

ลูกถามกลับมาเลยค่ะ “ทำไมต้องสอบ แข่งขัน กันเข้าโรงเรียนด้วยหละแม่ สมัครแล้วไปเรียนเลย สอบนิดหน่อยแบบตอนเราย้ายโรงเรียนไม่ได้เหรอ

 แม่เลยอธิบายไปว่า โรงเรียนเขาก็อยากคัดเลือกนักเรียนที่ตั้งใจเรียนไงลูก ใครที่อยากมาเรียนที่โรงเรียนเขาก็ต้องผ่านมาตรฐานของเขา เหมือนเขามีบททดสอบไว้ว่า ใครกันนะที่ตั้งใจอยากมาเรียนที่นี่จริง ๆ ถ้าสอบผ่าน แปลว่าเราก็เหมาะสมกับที่นี่ เราจะเข้าไปเรียนกับเขาได้ แต่ถ้าคนไม่ผ่าน ก็แปลว่า เราอาจจะยังไม่เหมาะกับที่นี่

 หนูไม่ชอบแข่งขันกับใครเลยแม่ เราโอเคก็น่าจะพอแล้ว

 แม่ก็ไม่ชอบ แต่การสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักเรียนแบบนี้ มีมาตั้งแต่สมัยแม่เข้ามัธยมแล้วนะลูก ระบบเขาเป็นมาแบบนี้ ถ้าเรายังต้องอยู่ในระบบ เราก็ต้องทำตามกฎ

 ไม่สอบได้ไหมแม่

 แม่บอกหนูตรง ๆ เลยนะว่า ถ้าแม่มีเงินเยอะแยะ แม่ส่งหนูเรียนเอกชนได้เลย ไม่ต้องสอบก็ได้ แต่ตอนนี้แม่เองก็ไม่ได้มีเงินมากมาย แล้วอีกอย่างโรงเรียนรัฐบาลขนาดใหญ่ เขามีกิจกรรมเยอะมาก หนูจะมีโอกาสได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ มากกว่าการไปเรียนในโรงเรียนเอกชนเล็ก ๆ นะ แม่มองว่า มันเป็นโอกาสที่จะได้ค้นหาในสิ่งที่ชอบได้มากขึ้น

แล้วอีกอย่าง หนูเดินทางใกล้บ้านมาก อีกหน่อยพอโตขึ้น หนูก็จะไปเรียนหนังสือเองได้ ไม่ต้องให้พ่อไปส่ง แล้วแม่ก็ไม่ต้องห่วงว่าหนูจะเหนื่อยกับการเดินทาง มันดีหลายอย่างกับพวกเราทั้งหมดจริง ๆ ลูก แล้วเรียนแค่ห้องธรรมดาพอ ค่าเทอมสามพันกว่าบาทต่อเทอมเท่านั้นเลยที่แม่หาข้อมูลมา หนูรู้ไหม มันถูกกว่าทุกวันนี้ที่แม่จ่ายอยู่เยอะมาก ทุกวันนี้แม่จ่ายอยู่ประเมินเทอมละสามหมื่นห้า แล้วเหลือสามพันห้า หนูคิดซิ มันลดไปเท่าไหร่ ส่วนที่เหลือ หนูอยากจะเรียนอะไรเพิ่ม ก็เรียนได้ หรือแม่จะเอาเงินไปใช้หนี้ที่เรามีก็ได้ หรือเราจะเอาเงินไปเที่ยวกันบ้างก็น่าจะได้ ข้อดีเพียบ 😁 (แม่ขายฝันสุด ๆ)

ปลาทูเป็นเด็กไม่ชอบเรียนค่ะ แม่ยุ้ยรู้จักลูกตัวเองดี เขาจะเรียนแบบตั้งใจในสิ่งที่เขาชอบ เขาสนใจ หรือถูกใจครู แต่ถ้าอันไหนไม่ชอบ ไม่เข้าใจ เขาจะไม่อยากเรียนเลย แต่ก็ยังมีความพยายามประคับประคองตัวเองไว้ได้ดีมาโดยตลอด แล้วไม่เคยสนใจผลการเรียน ไม่เคยสนใจคะแนนเพื่อน ใครได้ดีแค่ไหน ลูกแม่ อ๋อ อืม ไม่มีผลใด ๆ กับปลาทูทั้งสิ้น แต่ก็จะมีชื่นชมเพื่อนสนิที่เก่ง ทำได้ดีอยู่เป็นระยะ

แม่ยุ้ยรู้อยู่แล้วว่า “การสอบแข่งขัน” ปลาทูไม่ค่อยอยากสอบแน่นอน เราเลยปูพื้นฐานกันมาตั้งแต่ย้ายโรงเรียนมาเรียนที่ปัจจุบันตอน ป.4 แม่ได้คำแนะนำจาก ผอ. ว่าควรให้เด็กคุ้นเคยกับการต้อง “แข่งขัน” ไว้บ้าง เพราะยังไง เข้า ม.1 เด็ก ๆ ก็หนีไม่พ้นแน่ ๆ เตรียมความพร้อมไว้ดีกว่า

แม่ก็เลยเริ่มให้ลูกไปสอบวัดระดับความรู้ต่าง ๆ ที่แต่ละสำนักมาเปิดสนามสอบที่โรงเรียนค่ะ ทายซิคะ ปีแรก ป.4 เป็นยังไงบ้าง

เข้าไปกา ๆ ให้จบ ๆ อ่านโจทย์บ้าง ไม่อ่านบ้าง แต่อดทนนั่งอยู่ในห้องสอบจนตัวเองทำครบทุกข้อ เดาบ้าง ทำได้บ้าง ไปตามเรื่อง แม่ก็ไม่ได้คาดหวังผลอะไรเลย แค่ให้ลูกได้คุ้นเคยกับบรรยากาศ ได้รู้ว่าต้องฝนกระดาษคำตอบแบบไหน โจทย์ทำได้บ้างไหม เราให้ลูกสอบมาจน ป.5 ก็ดีขึ้นมาบ้างที่ เริ่มคุยกับเพื่อน เธอทำได้ไหม ฉันทำได้ตรงไหน ไม่ได้ตรงไหน ดูเซ็งน้อยลง

จนปีนี้ค่ะ ป.6 เริ่มรู้สึกว่า ไปสอบก็ได้แม่ เพื่อนก็ไป หนูทำได้หลายข้อนะ แม่รอดูคะแนน คือเริ่มเปิดใจมากขึ้น แม่ใช้เวลาตั้งแต่ ป.4 นะคะ ค่อยๆ ปูทางมาเรื่อย ๆ แบบค่อย ๆ ให้ลูกเข้าใจ ไม่ได้รวบรัด มัดมือ หรือบังคับแบบหักหาญน้ำใจกัน

ทุกอย่างเปลี่ยนไปมากเมื่อลูกขอไปเรียนพิเศษคอร์สแรกตอนปิดเทอม พอลูกไปเห็นบรรยากาศว่า เพื่อนคนอื่น ๆ เขาเรียนพิเศษกันมากมายขนาดไหน เขาทำได้กันในห้อง แล้วตัวเองยังงงอยู่ ทำให้เริ่มกลับมา สนใจทำโจทย์ ถามพ่อบ้าง ถามแม่บ้าง ทำโจทย์กับเพื่อนที่ไปเรียนด้วยกันบ้างตอนเย็นหลังเลิกเรียน และทำการบ้านตามที่ครูสั่งครบตลอด แม่ยุ้ยว่า “การให้เห็นบรรยากาศ” เป็นเรื่องดีจริง ๆ ค่ะ ให้เขาได้รู้ว่า “โลกภายนอก” มันเป็นยังไง แล้วค้นหาจุดที่ตัวเองจะอยู่ในแบบที่เราไหว เป็นเป็นสุขให้เจอ

นี่ลูกพูดตลอดว่า ถ้าเข้า ม.1 ไปแล้วเข้าได้แล้ว หนูจะลั้นลาให้เต็มที่ ทีนี้หนูจะสนุกให้สุดเลย หนูเรียนเยอะมากนะแม่ แต่ก็ยังเรียนน้อยกว่าเพื่อนบางคน จบจากที่หนูเรียนเขาไปเรียนต่อจนสองทุ่มก็มีนะแม่

คือพอได้เห็น ได้มอง ได้ประมวลผลและวิเคราะห์เอง ลูกก็เริ่มคิดเองได้มากขึ้นค่ะ ทีแรกแม่ก็ห่วงว่า “มันจะหนักหนาไปไหม” กับการต้องเรียนพิเศษปิดเทอม แต่เขาขอเรียนเอง เราก็แค่สนับสนุน แถมแม่นี่หละ ขอให้หยุดบ้างด้วยซ้ำ ลูกไม่หยุดเลยสักวันนะคะ พร้อมให้เหตุผลว่า “เราเสียเงินไปแล้วแม่ ต้องไปเรียนให้คุ้มเงินซิ เดี๋ยวตามเพื่อนไม่ทันนะ”

ลูกเริ่มเข้าใจแล้วค่ะว่า จะต้องทำยังไงในวันที่ตัวเองต้องลงแข่งขัน เพื่อจะไปต่อในระดับมัธยม รู้แล้วว่า ตอนนี้ตัวเองต้องทำอะไร ทำโจทย์นาน ๆ เบื่อ พักไปเล่นกับแมว พักไปเล่นเกมส์ แล้วกลับมานั่งทำต่อเอง ขอให้แม่ปลุกแต่เช้าขึ้น มาทำโจทย์ก็มี

วันนี้แม่ว่าหนูเข้าใจแล้วว่า “ทำไมต้องสอบแข่งขันเข้าโรงเรียน”
จากที่แม่เป็นห่วง แม่ดีใจและภูมิใจมากที่หนูได้เรียนรู้ในอีกรูปแบบของการ “ใช้ชีวิต” ในสังคมที่ต้องอยู่นะลูก

คุยกันตลอดค่ะว่า สอบได้ไม่ได้ นั้นอีกเรื่อง แม่กับพ่อเห็นความตั้งใจและความพยายามของหนูซึ่งมีมากขึ้นมากจนแม่กับพ่อเซอร์ไพร์สจริง ๆ แค่นี้แม่ก็ชื่นใจแล้วลูก ผลสอบถ้าหนูทำเต็มที่ แม่โอเคแม้มันจะออกมาแบบไหนก็ตาม

#แม่ยุ้ยThePlatuStory