ไม้เรียวตกงาน


เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน พ่อปอซื้อปากกาเขียนไวท์บอร์ดมาให้ลูกใหม่
ทั้งหมด 3 สี เพราะของเก่ามันแห้งหมดแล้ว
เด็กเมื่อได้เห็นปากกาก็ดีใจมากมาย รีบไปลากกระดานมาเลย
พร้อมลองปากกาของใหม่ทันที่
พ่อแม่เพิ่งถึงบ้านก็มุ่งหน้าไปที่โต๊ะอาหาร
แล้วก็นั่งทานข้าวเย็นกันสองคน

ลูกก็เล่นไป เขียนไป .. สักพัก
พ่อปอเหล่ไปเห็นว่า เด็กเพลิดเพลินมาก
เขียนมือ เขียนเสื้อ เขียนกางเกง
ด้วยความที่่คุณพ่อเธอ เป็นคุณชายสะอาด ถึงสะอาดมาก
ก็เลยเริ่มส่งเสียงไปบอกลูกสาวว่า

“ไม่เขียนมือ ไม่เขียนเสื้อนะลูกนะ”

พอสิ้นเสียงพ่อ เด็กน้อยก็เขียนเพิ่มเลยในทันที
เท่านั้นหละ รังสีอำมหิตเริ่มแผ่กระจายไปทั่วบ้าน
พร้อมกับประโยคนึงของพ่อปอคือ

“ห้ามเขียนมือ ถ้าเขียนพ่อจะตี”

แล้วก็หันมาบอกแม่ว่า ลูกเธออ่ะ พอบอกว่าอย่างี้ ก็ยิ่งทำ
แม่ก็ยังหิวไงกินข้าวอยู่ ก็ได้แต่นึกในใจ ก็งี้หละน๊า วัยนี้
สักพักพ่อเริ่มอารมณ์ขึ้นแรงขึ้น เพราะเด็กก็ยังคงเขียนต่อไป

ร้อนถึงแม่ที่ยังกินข้าวไม่อิ่มซิทีนี้ .. แหม !! คนกำลังกินเนาะ
เลยต้องหันไปบอกพ่อปอว่า ”เออ เธอนั่งกินไป ฉันจัดการเอง”

ใจแม่น่ะเริ่มฉุนพ่อนิดนึงนะ ว่าจะอะไรนักหนาเนี้ย คือว่ากินข้าวอยู่ไง
รอให้ฉันอิ่มก่อนจะได้ไหมเนี้ย แล้วก็เดินไปหาลูกสาว

แล้วก็บอกว่าสั้น ๆ ว่า

”ลูกค่ะ ปากกานี้ไว้เขียนที่กระดาน ถ้าเขียนเสื้อผ้า ร่างกาย แม่จะเอาคืน”

ลูกเงยหน้ามามองแม่ ยังสงบอยู่นะ
แม่ก็สงบ เสียงนิ่ง ๆ เลย ชัดเจน ช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ
แล้วแม่ก็ย้ำอีกครั้งว่า ”เขียนแต่ในกระดานไม่งั้นแม่จะยึดไม่ให้เล่น 3 วัน”

แล้วแม่ก็กลับมานั่งกินข้าวต่ออย่างสงบและหิว ( อิอิ )
แม่ก็กินข้าวต่อไปสักพัก พ่อก็เริ่มแลตาไปดู แล้วก็บอกว่า

ไงหละ วิธีของเธออ่ะ ไม่เห็นจะได้ผลเลย นั่นไงเขียนอีกแล้ว

คือว่า ตัวบิ้วเนี้ยก็พ่อมันอ่ะนะ .. คือว่า แม่ก็ยังกินข้าวต่อไป
เพราะตั้งใจว่า จะรอดูสักพักด้วย อยากกินข้าวให้เสร็จด้วย
เพื่อให้เวลาลูกสักระยะ .. แล้วก็เดินไปหาเมื่อแม่กินข้าวอิ่ม
สิ่งที่แม่ทำคือ แบมือขอปากกา แล้วก็บอกสั้น ๆ ว่า
แม่ขอคืนนะคะ 3 วัน เพราะลูกทำผิดกฎที่แม่บอก

” เขียนได้แต่ในกระดาน ไม่เขียนเสื้อผ้า ร่างกาย”

แล้วก็รวบปากกามา เอาไปไว้บนหลังตู้
เท่านั้นหละ ลูกก็เริ่มร้องไห้ แม่ก็เดินกลับไปที่โต๊ะอาหารต่อ
กินต่อไป ยังไม่อิ่ม (ว่าแต่ว่าทำไมกินเยอะจังเนี้ย)
คือก็จริง ๆ ตั้งใจจะปล่อยให้เค้าร้องไห้สักพัก
เพื่ออยู่กับอารมณ์ตรงนั้นก่อน สัก 5 นาที
แม่ก็เริ่มกลับเข้าไปหาอีกครั้ง

พร้อมกับถามว่า เป็นไงลูก รู้สึกยังไง ร้องไห้เพราะอะไร
ได้คำตอบว่า “เศร้า เพราะยังวาดไม่เสร็จ”
เออคือว่า ลูกขา ถ้าวาดเสร็จก่อนแม่ยึดจะไม่ร้องว่างั้น

แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก็ทำงานอารมณ์ต่อไป
ได้ความว่า ยังอยากเล่นต่อ ยังอยากเขียนอีก
แม่ก็เข้าพวกด้วยนะ ว่า มันสนุกใช่ไหมลูก วาดรูปเนี้ย
แต่ว่า .. วาดบนมือ กับบนเสื้อผ้าไม่ได้

ลูกเริ่มสงบลง แล้วก็เดินไปบอกคุณยายว่า
คุณแม่เอาปากกาคืนไปแล้ว เพราะหนูวาดมือ วาดบนเสื้อ
พอเหตุการณ์สงบลง ก็เลยหันไปคุยกับพ่อปอว่า

เห็นไหม ? ไม่ต้องตีกันก็ได้ ก็สามารถจบเรื่องได้ด้วย “วินัย” นะ

ทำไมต้องตีกัน ทำไมต้องขู่ว่าจะตีกัน
ก็เลยเล่าให้พ่อฟังคร่าว ๆ ว่า เราเรียนเรื่องการลงโทษมานะ
เป้าหมายของการลงโทษคือ ไม่ต้องการให้เด็กทำซ้ำแล้วซ้ำอีก
แล้วถามว่า ตีกัน แล้วลูกจะทำซ้ำอีกไหม ? ที่ผ่านมา ทำอีกแน่ ๆ

แล้วเรื่องที่เป็นเรื่องของอารมณ์น่ะ อย่าไปตีลูกเลย
เพราะเราเองก็ยังมีอารมณ์ ไม่ว่าจะขี้เกียจ ไม่อยากทำ
อยากเล่นต่อ หรือว่า ติดพัน
เลยเล่าว่า วันนี้มีเพื่อนคนนึงเล่าให้ฟังว่าตีลูก
น่าจะด้วยสาเหตุที่ว่า เด็กไม่รีบอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนทำนองเนี้ย

พอสิ้นเสียงแม่เล่าเท่านั้นหละคะ
ลูกสาวเราเดินมากอดขาแม่ แล้วก็ร้องไห้เป็นวักเป็นเวร
แม่ก็ถามว่า มีอะไรลูก เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมคะ
ลูกบอกว่า คุณแม่ตีหนู คุณแม่ตีตรงนี้
เลยงง ๆ บอกว่า เมื่อกี้คุณแม่ไม่ได้ตีลูกนะคะ
ลูกยังคงบอกว่าคุณแม่ตี ตีที่มือ ตรงนี้เลย เอาไม้แขวนเสื้อเด็กตี
ไม้แขวนเสื้อเด็กสีเขียวด้วย คุณแม่หยิบมาจากตรงนี้
แล้วลูกสาวก็เดินไปที่มุมเก็บตระกร้าผ้า แล้วก็ไปชี้
ชี้ไปร้องไห้ไป สะอึกสะอื้น .. แม่ถึงกับ หน้าเย็นวาบ

นึกได้ว่า เราตีลูกครั้งสุดท้ายเมื่อ 6-7 เดือนก่อน
ด้วยความผิดอะไรสักอย่างที่จำไม่ได้ แต่จำได้ว่า ตกลงกันแล้วว่า
ถ้าทำแบบนี้ แม่จะตีนะ แล้วลูกก็ทำ แม่ก็ตี

แต่ก็ตีด้วยการตกลงกันก่อน ไม่ได้ฟาดด้วยอารมณ์แบบฟาดไม่ยั้ง
พอได้คิดก็เลยนึกได้แล้วว่า .. ลูกยังคงจำวันนั้นอยู่
เลยดึงเด็กน้อยมากอดแล้วก็บอกว่า ไม่เป็นไรแล้วนะคะลูก

ต่อไปนี้คุณแม่จะไม่ตีหนูแล้วนะ
ถ้าลูกไม่ทำอะไรที่จะเป็นอันตรายมาก ๆ
ถ้าลูกเชื่อฟังแม่ ทำตามกฎ หรือว่า กติกาทีเราตกลงกัน

แม่จะไม่ตีลูกอีกต่อไปเลยนะ แล้วก็เอาลูกมากอดไว้แน่เลย
สิ่งที่รู้สึกวันนั้นคือ … เราเป็นคนตี เรายังจำไม่ได้เลยว่าตีเรื่องอะไร
ตีด้วยไม้แขวนเสื้อสีอะไร แต่ลูกเค้าจำได้ขนาดนั้นเลย

แปลว่าอะไรกัน
แปลว่ามันถูกบันทึกลงในหัวใจและความทรงจำของเค้านั่นเอง

หลายคนพูดว่า พ่อแม่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
มันเป็นเรื่องที่ยากจัง
เลยอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่า

การควบคุมอารมณ์ไม่ได้ของเราแม้แต่สักแค่ 5 นาที
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมานั้นมันฝังอยู่ในใจลูกเราไปอีกหลายเดือน
แล้วทำไมพ่อแม่จะไม่พยายามควบคุมให้ได้กันนะ
ทำได้มากน้อยแค่ไหน ก็ถือซะว่าเราพยายามดูก่อน

อย่าได้สร้างบาดแผลในใจให้ลูกกันเพิ่มอีกเลย
ที่ผ่านมาถือว่า เราทำไปแล้ว
วันนี้สำหรับฉันเอง .. เวลาอารมณ์ขึ้น ก็ทำให้นึกถึงเรื่องครั้งนั้น
แล้วเด็กที่ถูกตีบ่อย ๆ เข้า จนไม่รู้สึกว่าการตีมันเจ็บ
นั่นแปลว่าอะไรกัน .. แปลว่า มันชินชากับการลงโทษด้วยการตีไปแล้ว

แล้วก็คงไม่แปลกถ้าเค้าจะใช้การตี กับคนอื่น
ไม่ว่าจะเพื่อน ๆ หรือว่าคนข้างตัว
โทษใครไม่ได้เลยนะคะ ..
เรานั่นหละที่เพาะปลูกเมล็ดแห่งอารมณ์ไว้ในลูก

วันนี้ .. บ้านนี้จะไม่ใช้ไม้เรียวอีกแล้ว
ถ้ามันไม่ได้ คอขาดบาดตาย
เข้าใจลูกขึ้นเยอะเลย ..
แล้วเราก็หาวิธีอื่นที่จะทำให้เค้า ไม่ทำแบบที่เราไม่ต้องการซ้ำ ๆ ได้
อย่างเรื่องวินัยนี่ไง ตอนนี้ไม่เขียนมือ ไม่เขียนเสื้อไปเลยนะ

หรือว่าเก็บของเล่น ก็ไม่กล้าอีกแล้วหลังจากโดนเอาไปทิ้งถังขยะจริง ๆจัง ๆ
คือถ้าแม่เอาจริง วินัยช่วยได้ดีกว่า ไม้เรียว
แล้วได้ผลดีกว่าด้วย แถม ไม้ทำร้ายจิตใจใครด้วย

ไม่ว่าจะทำให้ลูกเจ็บในวันนี้ .. หรือว่าจะทำให้ใจคนเป็นแม่เจ็บเองในวันหน้า
ถ้าวันนึง … ลูกรู้สึก แย่กับคนเป็นแม่เป็นพ่อ เพราะไม่เข้าใจ
ว่าทำไมเราต้องไปทำร้ายเขา
ทั้ง ๆ ที่เค้าไม่ได้คิดว่าเค้าทำอะไรผิดขนาดต้องลงมือกัน