อย่าใช้อารมณ์ลงโทษลูก (หรือว่าใครก็ตาม) ‼️


😡 เวลาทีเราโกรธ โมโห เคยสังเกตไหมคะว่า ใครพูดอะไรก็จะไม่ได้ยิน ใครห้ามอะไรเราก็ไม่อยากจะฟัง แม้แต่เสียงในใจตัวเอง เราก็ไม่เคยสนใจเลย และหลายครั้งที่ เราปล่อยให้การกระทำที่เกิดจากอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ตอนนั้น ทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจใครสักคน เมื่ออารมณ์เย็นลง เราก็มานั่งเสียใจทีหลัง
❤️ การจะทำโทษลูก หรือการจะทำโทษนักเรียน หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงในบ้าน เราต้องเข้าใจก่อนนะคะว่า “จุดประสงค์ในการทำโทษคืออะไร ? ” การทำโทษคือการทำให้รู้สึกว่า สิ่งที่กระทำลงไปนั้น มันผิด มันไม่ควรทำ และมีผลตามมาอย่างไร ต้องระมัดระวังให้มากกว่าเดิมเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีก เราทำโทษกันเพื่อสร้างความเข้าใจว่าในลักษณะแบบนี้ค่ะ
👉 การทำให้กลัว ทำให้เจ็บตัว ทำให้เจ็บใจ แต่ขาดการอธิบาย สื่อสาร และชี้ให้เห็นถึงรายละเอียดว่า ทำไมถึงไม่ควทำ เพราะอะไร และจริงๆ แล้วควรทำแบบไหนถึงจะเหมาะสมกว่า หรือสมควรกว่า มันกลายเป็น หยุด ‼️ การกระทำที่เราไม่ต้องการให้ลูก หรือเด็ก ๆ ทำได้ เพราะเขากลัวการถูกทำโทษ แต่ไม่ได้เข้าใจว่าทำไม เพราะอะไร และมันไม่ดียังไงเลยนะ
🤔 ผู้ใหญ่บางคน ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เมื่อมันปรี๊ดถึงขีดสุด ยั้งไม่อยู่ทั้งการกระทำและคำพูด .. ผลที่ตามมาคือ เสียใจทั้งคนกระทำและคนถูกกระทำค่ะ
📣 มาเริ่มเปลี่ยนที่เรานะคะ … ถ้ารู้ตัวว่า ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ ยอมรับมันซะ แล้วค่อย ๆ เริ่มหาวิธีปรับตัวให้เจอ ถ้าไม่อยากเสียใจ และไม่อยากทำให้ลูกเสียใจ เพราะคำบางคำ หรือการกระทำบางอย่าง ให้ผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ลืมไม่ลงจริง ๆ
❤️ แม่ยุ้ยเอง .. เคยเป็นคนพูดจาตรง ๆ คืออะไรก็พูดแบบนั้น แล้วก็คิดว่า มันก็ไม่ได้ผิดนะ เราก็พูดความจริง แต่ความจริงของเราบางที มันไม่ควรพูด ถ้าเงียบไว้แล้วมันไม่ทำร้ายจิตใจใคร เงียบไว้ดีกว่านะ เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์สอนตัวเราเองค่ะ และจากการได้อ่านบทความ พูดคุยกับจิตแพทย์ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผ่านการเรียนรู้จากเพื่อนฝูงและคนรอบข้าง บ่มเพาะตัวเองให้รู้สึกได้ว่า “สิ่งไหนไม่เกิดคุณ ไม่เป็นประโยชน์ อย่าพูดเลย”
😉 เรื่องอารมณ์ เป็นเหมือนกันค่ะ ถ้าพีคที่สุดก็หยุดไม่อยู่ ยุ้ยว่ามันเป็นปกติธรรมดา แต่ความพีคสุดของแต่ละคนอาจจะมี Level ที่แตกต่างกันไป สิ่งที่ยุ้ยพยายามปรับปรุงตัวเองคือ ” ในเมื่อรู้ว่า พีคสุดแล้วจะยั้งไม่ได้ ก็อย่าปล่อยให้มันพีคไปถึงระดับนั้นค่ะ” หาวิธีลดมันลงมาก่อน อาจจะเดินหนีออกมาก่อน หรือไปหาอะไรเย็น ๆ กิน ออกจากภาวะตรงนั้นถ้าออกมาได้ คือมีหลายวิธีที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกกระตุ้นจน “ระเบิด”
💙 มันไม่ง่ายเลยค่ะ สำหรับใครที่ใจร้อนและไม่เคยเริ่มต้นฝึกตัวเองมาก่อน แต่..ไม่ง่าย ไม่ได้แปลว่าเราเปลี่ยนไม่ได้นะ แค่ยอมรับว่าเราเป็น มันสมควรปรับ เราจะค่อย ๆ เปิดใจ ปรับมันได้เอง
💙 แม่ยุ้ยเริ่มต้นจากสิ่งที่เล่าให้ฟัง แล้วก็หัด นับก้าวเท้าที่เดินเนี่ยเลยค่ะ ยังไม่ได้ทำอะไรยากเย็นเลย ตั้งใจเลยว่า ใน 10 นาทีนี้ (ไม่ต้องนานเอาน้อย ๆ นี่แหละเริ่มต้น) เราจะเดินนับก้าวในใจไว้ หมั่นฝึกไปเรื่อย ๆ เท้ากระทบพื้นเมื่อไหร่นับหนึ่ง กระทบอีกข้างนับสอง ทำไปเรื่อย ๆ ค่ะ วันละรอบ หรือ สองสามวันรอบ พอเราทำได้บ่อย ๆ ก็ค่อย ๆ เพิ่มเวลา หรือเปลี่ยนมานับลมหายใจเข้า ลมหายใจออกก็ได้
😎 ถ้าไม่อยากใช้อารมณ์กับลูก เราต้องรู้อารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน ตอนนี้รู้สึกแบบไหน มันพีคระดับไหนแล้ว พอรู้ตัวได้ ก็ฝึกที่จะควบคุมมันได้ แล้วพอเราทำได้ ก็เอาไปสอนลูกค่ะ
❤️ มีวิธีทำโทษอีกมากมายที่ทำให้เด็กรู้สึกได้ว่า ไม่ควรทำ โดยไม่ต้องทำร้ายกันให้เจ็บกาย หรือเจ็บใจ แม่เชื่อแบบนั้นนะคะ และมีวิธีพูดคุยกันดี ๆ อีกมากมายที่จะทำให้ลูกเข้าใจได้ แค่เราต้องค่อย ๆ ฝึกเขาตั้งแต่ยังเล็ก
‼️ ฝากไว้ว่า ไม่มีใครบนโลกนี้ ที่เกิดมาปราศจากบาดแผลในใจนะ ในชีวิตผ่านเรื่องราวเลวร้าย ดีงามปะปนกันไปเสมอ ให้เราพยายามแค่ไหน ก็เป็นไปได้ยากมากที่เราจะไม่สร้างบาดแผลในใจให้ลูก แต่ถ้าเรา “เข้าใจ” และรู้จัก “เมตตา” ให้มากพอ สิ่งที่เกิดขึ้นมันจะไม่ได้ร้ายแรงเท่ากับ “การใช้อำนาจแห่งความเป็นพ่อแม่ สั่ง บังคับ และบีบคั้นให้ทำโดยไม่มีเหตุผล” แน่นอน