บทบาทของแม่เปลี่ยน เมื่อลูกเปลี่ยนวัย


ช่วงนี้ห่างหายกันไปนานหน่อยนะคะ เพราะติดปิดเทอมด้วย แล้วช่วงนี้แม่ยุ้ยงานเยอะนิดนึงนะ และก็ยังต้องทำกับข้าวกินกันเอง ทำงานบ้านเองเหมือนเดิมที่ทุก ๆ รู้กัน วันนี้เลยแวะมาเล่าว่า “บทบาทในความเป็นแม่” ในช่วงวัยของลูกช่วงนี้เริ่มเปลี่ยนไปมาก มีหลาย ๆ อย่างที่แม่ยุ้ยรู้สึกได้เลยว่า ลูกเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก ด้วยวัยของเขา และด้วยความเป็นตัวตนของเขาเอง จึงทำให้เราสองคนพ่อแม่ต้องประชุมกัน “ปรับบทบาท” กันไปตามช่วงเวลาของลูกที่เปลี่ยนไป

★ ลูกอยากตัดสินใจเอง พึ่งพาตัวเองมากขึ้น : อยากเลือกเอง อยากลองทำเอง อยากจัดการเอง โดยไม่ต้องการคำแนะนำแบบละเอียด หรืออีกแบบหนึ่งเรียกว่า “อย่าไปยุ่งกับเขาเยอะ” เขาโตแล้ว ทำนองนั้น สิ่งที่เราต้องปรับตามคือ แม่ยุ้ยจะบอกลูกว่า “ลองดูแล้วกันนะ ถ้าคิดว่าอยากให้แม่ช่วย พ่อช่วยตรงไหน เดินมาบอก” แค่นั้นเลยค่ะ จะบอกว่าแรก ๆ แอบรู้สึกกังวลนะ ลูกจะทำมันได้ไหม โอเครึเปล่า แต่เราเชื่อมั่นในตัวลูกเรา ไม่ใช่เชื่อว่าเขาจะทำได้ดีนะคะ แต่เชื่อว่า เขาจะพยายามทำมันจนได้มากกว่า ดีไม่ดี เราไม่ซีเรียส เราแค่อยากให้เขาพยายามทำ

★ ไม่อยากให้ย้ำ ไม่ต้องพูดซ้ำ หนูเข้าใจแล้ว : แม่ไม่ต้องบอกแล้ว หนูจำได้ หนูเข้าใจแล้ว แม่พูดหลายรอบแล้ว เมื่อใดที่ได้ยินคำนี้ จงรีบกดสวิชเปลี่ยนโหมดทันทีค่ะ หยุดสิ่งที่คิดจะพูดไว้เลย ณ บัดนาว เพราะพูดไปจะยังเพิ่มความรำคาญ และเพิ่มอารมณ์ให้ลูกหงุดหงิดเรา ซึ่งตอนนี้ต้องเข้าใจว่า ด้วยวัยของเรา เริ่มหงุดหงิดง่าย ฮอร์โมนกำลังทำงาน ไว้รอช่วงเวลาชิว ๆ แล้วค่อยคุยกันเรื่องนี้ แม่ยุ้ยใช้วิธีนี้ค่ะ เมื่อกี้ที่หนูบอกว่า “เข้าใจแล้วอ่ะ ลูกเข้าใจแบบไหน ไหนอธิบายแม่ที แม่อยากรู้ ว่าเราเข้าใจตรงกันไหม ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วแม่จะได้ไม่ต้องพูดอีก แต่ถ้าไม่ใช่ แม่ต้องขออธิบายในแบบที่ควรจะเป็นให้ลูกฟังนะ”

*** ดึงวิทยายุทธฝึกสติ สะกดอารมณ์มาใช้กันให้หมดทุกสำนักที่เคยฝึกมานะคะช่วงนี้ ***

★ การบ้านเป็นเรื่องของนักเรียนนะแม่ ไม่เป็นไร ผู้ปกครองไม่ต้องตรวจก็ได้ แต่ถ้าอันไหนหนูไม่เข้าใจหนูจะมาขอให้แม่กับพ่อสอนเพิ่มให้นะ : คำนี้ได้ยินเมื่อเปิดเทอมที่ผ่านมา ตอนเอ่ยถามว่า ให้พ่อช่วยตรวจการบ้านให้ก่อนไหมลูกว่าทำถูกไหม ? พอได้ฟังคำตอบแล้วก็ เออก็จริงนะ … จริง ๆ ลูกเขาเริ่มที่จะตรวจสอบตัวเองได้แล้ว เริ่มรู้สึกว่าเขาโตพอที่จะเช็คตัวเองได้ ถูกผิด ตามที่เขาเข้าใจ ไม่ต้องมาตรวจให้ก็ได้ แค่คอยเช็คว่า หนูทำครบตามที่จดมาแล้วนะ มีอะไรต้องเตรียมแล้วต้องให้แม่พาไปซื้อไหม

ปีนี้ปลาทูกำลังจะ 11 ขวบ เราเริ่มเห็นตัวตนของลูกเยอะขึ้น มีความมั่นใจในหลาย ๆ เรื่องมากขึ้น แต่ก็ยังขาดความรอบคอบ และใจร้อนอยู่ในหลาย ๆ เรื่อง แต่เราก็ถือว่า มันคือจุดเริ่มต้นที่เราจะได้สอนเขาจากประสบการณ์จริงเรื่อย ๆ ยังคงปล่อยให้ลูกได้ลองในแบบที่คิดกันอยู่ค่ะสำหรับบ้านนี้ แต่ก็คอยดูอยู่ในระยะที่ห่างขึ้น คอยตะล่อม ๆ อยู่บ้าง เบรคบ้าง และก็มีดุกันบ้างเหมือนกัน ในบางเรื่องที่มั่นใจจนเกินไปนักแต่มันมีผลกระทบกับคนอื่น ต้องเบรคให้ลองมองอีกมุมนึงดูบ้างนะลูก มันกระทบใครบ้าง

ถ้าเราในฐานะแม่พ่อ ปรับใจที่จะเปลี่ยนบทบาทกันไปตามวัยของลูกเราจะไม่รู้สึก “หัวเสีย” กลุ้มอกกลุ้มใจ ว่าทำไมลูกไม่ฟังเรานะ เพราะจริง ๆ แล้วเราไม่ต้องรอฟังคำสั่งพ่อแม่ตลอดเวลา นั่นแม่ยุ้ยถือว่าเป็นเรื่องดีที่ลูกจะเริ่มคิดเองได้ ดูแลชีวิตตัวเองได้ เรามีหน้าที่คอยดูว่า มันออกนอกลู่ นอกทางจากเส้นทางที่ควรจะเป็นหรือไม่ อันนั้นคือหน้าที่ของเราในช่วงวัยนี้ของลูก

เผื่อจะมีประโยชน์กับหลาย ๆ บ้านที่ลูกอยู่ในช่วงวัยเดียวกันนะคะ

 

#แม่ยุ้ยThePlatuStory