ไม่มีภาพงานวันแม่


แม่ยุ้ยเองเป็นเด็กที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วนทุกทีเวลาวันแม่
เพราะเป็นเด็กที่ไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตปกติอยู่กับแม่เหมือนคนอื่น
แม่ยุ้ยมาจากเด็กครอบครัวแตกแยก
ถูกส่งไปอยู่กับ ปู่ ป้า ย่า อา ตั้งแต่ขวบนิด ๆ 
เติบโตมาท่ามกลางความรัก ความใส่ในในครอบครัวใหญ่
ในฐานะหลานคนแรก

แต่ก่อนก็ถือเป็นโชคดีที่โรงเรียนสมัยนั้นไม่ได้จัดงานวันแม่แบบทุกวันนี้
เท่าที่จำความได้ จะมีแค่ครั้งเดียวที่โรงเรียนเชิญให้แม่ไป
ส่วนปีอื่นๆ ที่จำได้คือ จะเป็นพิธีการถวายพระพร

พอวันหนึ่งได้มีโอกาส “เป็นแม่คนบ้าง”
ก็เข้าใจดีถึงความรู้สึกเช่นนี้

แม่ยุ้ยผ่านโรงเรียนที่มีการจัดงานวันแม่ แบบหมอบกราบมอบมาลัยมาแล้ว
ก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันบอกตรง ๆ
แต่พอโรงเรียนปัจจุบันที่เรียนรู้ แอบบอกว่า “ชอบมาก”
เพราะไม่ต้องเชิญพ่อ หรือ แม่ไปในงานต่าง ๆ
สมัยทำงานประจำ เป็นเรื่องที่จะต้อง “ลางาน” กันเป็นประจำ
จนมีครั้งหนึ่ง หัวหน้าเอ่ยปากถามว่า “ไม่ไปได้ไหม มีงานด่วน”
มันดูว้าวุ่นใจยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก สดท้ายก็เลือกที่จะไปนะ

ปัจจุบันรู้สึกสบายใจมาก วันแม่ก็แค่อีกวันที่มีพิธีถวายพระพร
สำหรับบรรยากาศในบ้านนี้ก็ปกติเหมือนทุกวัน
แต่ปลาทูก็จะมี การ์ด มีของขวัญกลับมาให้แม่
มีเอ่ยปากบอกแม่เหมือนกันว่า “ซื้อดอกมะลิให้หนูทีนะแม่”
แม่เลยถามว่าจะเอาไปทำอะไร ” หนูไม่บอกมันเป็นความลับ”
แต่จนวันนี้ แม่ก็ไม่ได้ซื้อให้นะ

เด็กมีเอ่ยปากเปรยว่า “หนูอยากให้ผู้ใหญ่เอามะลิมาถวายเด็กบ้างในวันเด็ก”
เป็นอันต้องอธิบายกันยาวไป .. บางทีเด็กน้อยก็ยังไม่เข้าใจพิธีการต่าง ๆ นัก

ส่วนตัวแม่ยุ้ยเอง เมื่อคืนกลับบ้านมาพร้อมทุเรียน 1 ลูกน้อย
ยื่นให้แม่ (คุณยายปลาทู) แล้วบอกว่า
มะลิกินไม่อร่อย อันนี้หละหวานมันกว่า รับรอง
เปลี่ยนเป็นทุเรียนวันแม่แล้วกันนะ

บางทีการดูแลทำหน้าที่ลูก ก็ไม่ได้วัดผลจากพิธีกรรมใด ๆ
วัดที่ใจและเจตนาในแต่ละการกระทำมากกว่า
โดยเฉพาะ “รูปแบบความสัมพันธ์ของแม่ลูกแต่ละคู่นั้นต่างกัน”

ไม่ว่าจะวันไหน ๆ แม่ยุ้ย ตั้งใจจะเป็นแม่ “อย่างเต็มที่” ในทุกวันจ๊ะ