ต้องสอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่และแบ่งเวลาให้เป็น


📌 ต้องสอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่และแบ่งเวลาให้เป็น
คุณแม่หลาย ๆ บ้านถามเข้ามาเยอะมากค่ะว่า แม่ยุ้ยสอนปลาทูแบบไหน ทำไมปลาทูจัดการการบ้าน งานที่ต้องทำส่งได้เอง ไม่ต้องคอยมาตามจี้ ตามบอก ดูว่าแม่จะสบายเลย ไม่ต้องคอยไล่เช็ค ไล่ถาม ตามเก็บสักเท่าไหร่
บอกกันตามตรงว่า แม่ฝึกลูกแม่มาตั้งแต่เล็ก ๆ เลยค่ะ ถ้าใครตามกันมาตั้งแต่ปลาทูอนุบาลจะเข้าใจเลย บ้านเราไม่เน้นว่าจะต้องเรียนดีเลิศ ไม่เน้นคะแนนว่าจะต้องเต็ม ต้องท็อป แต่แม่เน้นว่า ต้องรู้รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง และในบ้านมีกฎเกณฑ์ชัดเจนว่า การบ้านและงานจะต้องเสร็จก่อนเล่นเสมอ


⭐️ ลูกแม่จดการบ้านเองตั้งแต่อนุบาล
ลืมจดมาบ้าง ลืมสมุดการบ้านบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กเล็ก สิ่งที่แม่ทำคือ วันไหนลืม ก็ชวนกันคุยเลยว่า หนูคิดว่าหนูจะแก้ไขเรื่องนี้ยังไงดีลูก ชวนกันหาทางออก ไปเช้าขึ้นไหม ? หรือยังไงดี แต่แม่ไม่ไลน์ถามบ้านอื่น ไม่โทรถามครู แม่คิดว่า เป็นการฝึกความรับผิดชอบของลูก และการส่งงานช้าในชั้นอนุบาล ไม่น่าจะซีเรียสเท่าไหร่ ใช้โอกาสในการฝึกลูกน่าจะคุ้มค่ากว่า


ผลลัพธ์ที่ได้เห็นกันทุกวันนี้ ปลาทูจดการบ้านเอง จัดการทำตามกำหนดส่งเอง ไม่เคยต้องไปพบครูเพราะลูกไม่ส่งงาน แต่ถ้าสิ่งที่จดมา มันยากเกินกว่าลูกจะทำได้ เขาจะรู้ว่า เขาขอความช่วยเหลือจากแม่กับพ่อได้แบบไหน เราพร้อมช่วยเหลือค่ะ แต่ไม่ใช่ทำให้ หรือทำแทนนะคะ


⭐️ การบ้าน คืองานของลูก
แม่อธิบายอยู่เสมอว่า ทำไมเด็ก ๆ ต้องทำการบ้าน เด็กที่ทำการบ้านจะได้รับข้อดีอะไรบ้าง และถ้าไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อธิบายกันตามความเป็นจริงนะคะ ไม่ต้องขู่ ไม่ต้องเวอร์ใด ๆ เลย เพราะความจริงจากผลของการกระทำ ลูกจะได้พบเองเมื่อลูกเลือกทางใดทางหนึ่งอยู่แล้วค่ะ ให้เขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์คือสิ่งที่ดีที่สุด
ลูกแม่มีงานค้างไหม มีค่ะ แต่ไม่เคยมากมายจนครูเรียกพบผู้ปกครอง ค้างอันไหน เขาก็พยายามจะจัดการด้วยตัวเองก่อน ลืมบ้าง ไม่อยากทำบ้าง อันนี้เข้าใจได้ มันคือธรรมชาติของเด็กๆ แม่ก็เล่าเสมอว่า สมัยแม่ก็เป็นแบบนี้ เด็กที่ไหนอยากทำการบ้าน แม่ว่า ไม่น่าจะมี อยากเล่นมากกว่าอยู่แล้ว แต่ถ้าการบ้านเสร็จ งานเสร็จ เดี๋ยวก็ได้เล่นแล้วไงลูก ตั้งใจ แป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จ จูงใจ ให้กำลังใจ ประคับประคองกันไปค่ะ


⭐️ สอนลูกให้แบ่งเวลาให้เป็น
แม่กับพ่อ ทำงานให้ลูกเห็นประจำ ลูกจะเห็นสมุดจดงานแม่ตั้งแต่เล็ก เขาก็จะคอยถาม แม่ทำอะไร ทำทำไม แม่ก็จะอธิบายว่า แม่จะมี To Do List ของแม่ทุกวัน ว่าวันนี้แม่ต้องทำอะไรให้เสร็จบ้าง จะได้ไม่ลืม และจะได้รู้ว่า อันไหนยังค้างอยู่ แม่ก็สอนให้ลูกลองทำ มันก็เหมือนสมุดจกการบ้านของหนูแหละลูก อันนี้คือสมุดจดการบ้านของแม่
แล้วแม่จะแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ ลูกอยู่ด้วยตลอดก็จะเห็น เพราะแม่เองบางช่วง ก็ทำงานมากกว่า หนึ่งอย่าง ชีวิตคนทำงานอิสระ เราต้องจัดการเวลา และมีวินัย ไม่งั้นรายได้เราจะไม่พอ (จัดแล้วบางทีก็ไม่พอ ก็แก้ปัญหากันไป) สิ่งที่เราฝึกลูกกันมาแบบนี้ เพราะเราใช้ชีวิตกันแบบนี้
ลูกจะรู้ลำดับกิจกรรมในชีวิตของตัวเองชัดเจนค่ะ ตื่นนอนแล้ว ต้องอาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว กินข้าว แล้วจะทำอะไร ก็แบ่งเวลากันไป ไม่มีแบบไม่อาบน้ำ ไม่แปรงฟันแล้วไปนอนดูทีวี ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้ในบ้านเรา


⭐️ เมื่อโตขึ้น จะต้องสอบ ลูกจะจัดการชีวิตตัวเองได้
ช่วงก่อนสอบ ปลาทูจะอ่านหนังสือเองได้ ซึ่งแม่ก็ให้สิทธิเขาว่าจะเตรียมตัวก่อนแค่ไหน เพราะบอกเลยว่า สอนมาให้คิดเอง ดูแลตัวเอง เราก็ต้องฟังเขา ยอมรับในการตัดสินใจของเขา และก็สอนให้เขายอมรับผลของการตัดสินใจครั้งนั้นด้วย ถ้าตามกันมานานจะรู้เลยว่า บางช่วงช้า ก็ผลออกมาไม่ดี คอตกกลับมา บางช่วงปรับตัวได้ ก็ผลลัพธ์ดี ยิ้มแป้นหน้าบาน ลูกเรียนรู้จากสิ่งเหล่านี้ค่ะ
แม่ยุ้ยคิดว่า มันคุ้มที่จะให้ลูกได้เรียนรู้ในช่วงวัยประถม ได้รู้ถึงความรู้สึกต่าง ๆ จากการตัดสินใจของตัวเอง เรียนรู้ว่า ทำแบบนี้แล้วผลลัพธ์จะเป็นแบบไหน ต้องปรับยังไง ทำใจยอมรับแบบไหน


ช่วงต้องเตรียมตัวสอบเข้า ม.1 ลูกเลือกจะอ่านหนังสือเอง ไม่ไปเรียนพิเศษคอร์สโค้งสุดท้ายใด ๆ ทั้งสิ้น ตกลงกันได้ แม่ก็สั่งซื้อแบบฝึกหัดต่าง ๆ ที่หาข้อมูลมาว่า ควรจะประมาณไหน ลูกต้องเน้นแบบไหน แล้วแม่ก็คอยช่วยแนะนำ


ปลาทูแบ่งเวลาอ่านหนังสือ วิชาละ 2 ชั่วโมง และแบ่งเป็นรอบ ๆ ค่ะ ตารางของลูกทำไว้คือ อย่างมากที่สุด 4 รอบ รอบละ 2 ชั่วโมง ซึ่งจะทำได้ตามตารางบ้าง ไม่ได้ตามตารางบ้าง แล้วแต่กิจกรรมแทรกในแต่ละวัน แต่อย่างน้อย ๆ ต้องมีวันละ 1 รอบเป็นอย่างต่ำ ลูกทำแบบนี้ตลอดช่วงเตรียมตัวสอบ ประกาศเลื่อนสอบช่วงโควิดลูกก็ยังอ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัดแบบนี้ตลอด จะมีวันที่แม่จ๋า หนูเหนื่อยมาก วันนี้ขอพักนะ เว้น 1-2 วันแล้วมาอ่านไหม เขาก็จัดการขอพักเอง กลับมาอ่านใหม่เอง
ผลลัพธ์ที่ทุกคนได้รับรู้ มันไม่ได้เกิดจากการฝึกแค่ ปีเดียวนะคะ เราค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อยในตัวลูกมาเรื่อย ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ 9 ปีจากชีวิตอนุบาล จนจบประถม สอนกันไปตามช่วงวัย

‼️ แม่ยุ้ยแยกอัลบั้มที่เคยบันทึกเรื่องเรียนของปลาทูไว้ให้ชื่อ “เรียนแบบที่ลูกไหว” ลองไปอ่านกันนะคะ
👉 กดเข้าไปตามลิงค์นี้นะคะ https://bit.ly/2Of8inj
ทุกอย่างที่เห็นผลลัพธ์กันในวันนี้ แม่กับพ่อแลกมาด้วยความใกล้ชิด และการเปิดใจที่จะเข้าใจในตัวลูก ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ค่ะ อยากได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็ต้องลงทุนให้เวลาคุณภาพ ใกล้ชิดและเปิดใจรับฟังลูกกันให้มาก ๆ นะคะ


💎 บ้านเราไม่ได้เรียนโดยเน้นที่ “ความเป็นเลิศ” แต่เราสอนให้ลูกรู้จัก “รับผิดชอบ” และ “จัดการเวลาให้เป็น” ผลลัพธ์ออกมาดี มันคือผลพลอยได้ ส่วนไหนลูกทำเต็มที่แล้วมันยังไม่โอเค แม่ก็ภูมิใจที่ลูกพยายามอย่างสุดแรงในตอนนั้นแล้ว เราก็มาชวนกันหาทางปรับปรุง ร่วมกันต่อไป #ทีมครอบครัว คือขุมพลังที่สำคัญสำหรับลูกเสมอค่ะ
#แม่ยุ้ยThePlatuStory