ปลาทูเธอได้เกรดอะไร ?


หลังจากวันฟังผลสอบชั้น ป.1 เทอมแรก คำถามที่ปลาทูเอากลับมาถามแม่คือ “แม่ ๆ เพื่อนเขาถามว่าหนูได้เกรดอะไร เค้าได้เกรดสี่เยอะแยะเลย แล้วหนูหละแม่”
คำถามที่แม่ยุ้ยเจอคือ ลูกเรียนเป็นไงบ้าง อันแบบชะโงกดูผลสอบลูกอิฉันในมือเลย ก็มีนะคะ หรือเพื่อนลูกเดินมาถามอิฉันเลยก็มีค่ะว่า แม่ยุ้ยค่ะ ปลาทูได้เกรดอะไรบ้าง
แม่ยุ้ยตอบปลาทูกลับไปว่า
แม่ : ปีที่ผ่านมาลูกจัดตารางสอนไปโรงเรียนเองรึเปล่า
ปลาทู : ใช่ซิแม่
แม่ : แล้วลืมการบ้านเอากลับมาทำบ่อยไหม
ปลาทู : ลืมครั้งเดียวเลยแม่ แล้วก็ไปรีบทำตอนเช้า
แม่ : แล้วลุกเดินในห้องบ่อยรึเปล่าหละ
ปลาทู : หนูก็พยายามแล้วนะแม่ ลุกบ้าง แต่ก็พยายามจะบอกตัวเองไม่ให้ลุก
แม่ : แล้วคุยในห้องเรียนไหมลูก ฟังครูรึเปล่า
ปลาทู : ก็มีบ้างแหละแม่ ก็มันอยากพูด ฟังครูหนูก็ฟังนะ บางทีก็รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง
แม่ : แม่ให้หนูเกรด 8 เลย กลับไปบอกเพื่อน ครูให้เท่าไหร่แม่ไม่สนใจ แต่แม่ให้ลูกแม่เกรด 8 เพราะลูกดูแลตัวเองได้ดีมาก สมกับเป็นนักเรียน ป.1 แม่โอเคแล้ว
วันรับสมุดรายงานคะแนน ครูทำหน้าตกใจ แล้วก็บอกแม่ยุ้ยว่า “มีไม่ดีอยู่บ้างนะคะคุณแม่ คุณแม่ลองดูนะคะ เทอมหน้าอยากให้ขยับขึ้นหน่อย”
บอกเลยว่า ใจหาย ในใจคิดว่า ตายห่า !! ลูกสอบตกเหรอวะเนี่ย แล้วก็กวาดตาหาตัวเลขสีแดง ๆ ๆ (แอบโบราณเหมือนสมัยเราเรียน)
อ้าวครูค่ะ ไม่เห็นมีตัวแดงเลยค่ะ ครูบอกว่า ไม่ใช่ค่ะแม่ น้องไม่ได้คะแนนน้อยขนาดสอบตก แค่ได้น้อยกว่าที่ครูคิดว่าควรจะได้
อีแม่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ !! โถ ไม่เป็นไรหรอกค่ะครู ไม่แดงแม่ก็ดีใจแล้ว ตากี้แอบตกใจนึกว่า จะแย่ขนาดนั้น
แต่สิ่งที่เอากลับมาคุยกับลูกคือ .. ครูบอกว่า วิชานี้ตอนสอบหนูรีบทำ ออกจากห้องสอบคนแรก ทำไมเหรอลูก ได้คำตอบว่า “ใครเสร็จก่อนชนะ” นั่นไงหละคะ ที่มา เลยอธิบายกันใหม่ว่า เสร็จก่อนแต่ผิดเยอะ ก็ไม่ได้ดีนะลูกนะ แล้วใครมาบอก ไอ้เสร็จก่อนชนะเนี้ย ให้เค้าชนะไปเหอะนะ ไม่ต้องชนะก็ได้ เพราะเนี้ย คือผลของการ “เสร็จก่อนชนะ” เข้าใจไหม ? ครูคุยกับแม่ว่า ให้หนูปรับปรุงตัววิชานี้ พยายามให้มากขึ้นนะ แล้วเทอมหน้าเรามาดูกันว่า ลูกจะดีขึ้นไหม ??

ส่วนผู้ปกครองคนอื่นที่ถามคะแนน แม่ยุ้ยมีคำตอบสั้น ๆ ว่า
ผู้อื่น : แม่ยุ้ย ปลาทูเรียนเป็นไงบ้างค่ะ คะแนนเท่าไหร่
แม่ยุ้ย : ยิ้มสวย ๆ เลยนะคะ แล้วตอบว่า เท่าไหร่ยุ้ยก็โอเคค่ะ
คนไหนถามเยอะ ถามหนัก อิฉัน เดินหนีค่ะตัดบท ไม่คุย
ขอให้รู้ไว้ว่า “ปากใคร ก็ไม่สำคัญเท่าใจเรา” จะเป๋ทำไมถ้าเรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำมันดีและเหมาะสมกับลูกเราแล้ว จริงไหม ??
แล้วหยุดนะคะ วัฒนธรรมที่เจอหน้าถามเด็กว่า เป็นไง เรียนเก่งไหม สอบได้ 4 กี่ตัว ?? ยุ้ยว่า ผลการเรียนเป็นเรื่องส่วนตัว เรามีสิทธิ์ที่จะไม่บอกใครก็ได้ หรือบอกใครก็ได้ เจอหน้าเด็กช่วยเปลี่ยนคำถามกันใหม่นะ เอาแบบ เป็นไงลูก วันนี้ที่โรงเรียนสนุกไหม เพื่อนเยอะรึเปล่า ?? นะคะ มันสร้างสรรค์กว่ากันเยอะมาก บอกเลย !!
‪#‎แม่ยุ้ยThePlatuStory‬