รักลูกแบบไหนกัน ?


หลายครั้งที่ต้องคอย ดึงตัวเองให้ถอยจาก “ความคาดหวัง” ในแบบที่แม่อยากให้ลูกเป็นในสิ่งที่ดี เพราะถ้าไม่คอยเตือนตัวเองให้เข้าใจว่า ” ชีวิตลูกไม่ใช่ของเรา ” ก็จะทำให้เราเผลอ “ครอบงำ” ลูกด้วยเหตุผลดี ๆ ว่า เพราะรักถึงทำแบบนี้

คิดกันให้ดี ๆ นะคะว่า วันนี้เรากำลังเอาความรักของการเป็นพ่อและแม่ ไปครอบลูกเอาไว้จนลูกอึดอัดรึเปล่า หรือบางครั้งเราเอาความรักของเราไปเป็นเครื่องต่อรองกับลูก เพื่อให้ลูกทำในสิ่งที่เราอยากให้ทำ ทำในสิ่งที่เราอยากให้เป็นจน “ลูกไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่ไหม”

ทุกชีวิตมีดี และ ไม่ดีในตัวเองปะปนกันไป
ไม่มีใครได้ดั่งใจเราไปเสียทุกอย่าง
อย่าเอาคำว่า แม่ หรือ พ่อ ไปบีบให้ลูกเป็นดั่งใจเราทุกสิ่ง
เพราะ ลูกมีชีวิตเป็นของตัวเอง

อย่ายึดเอาชีวิตลูก ไว้เป็นสมบัติของเรา
เพราะวันหนึ่งเขาก็ต้องเติบโตไปมีชีวิตของตัวเอง
เขาต้องมีอิสระทั้งความคิด จิตใจ เพื่อจะเดินหน้าต่อไป

ไม่ใช่เราจะต้องกอดเขาไว้ให้แน่น ๆ ในทุก ๆ วันเพียงเพื่อความสบายใจของตัวเราเองเท่านั้น

อย่าให้ความรักของเรา มีเงื่อนไขเลย
รักในแบบที่เขาเป็น รักในแบบที่เขามีความสุข
เราเป็นเพียงผู้ชี้แนะในช่วงวัยหนึ่งให้เขารู้ผิด ชอบ ชั่ว ดี
แล้วสุดท้ายเขาก็ต้องเป็นผู้เลือกเองว่าเขาจะเป็นแบบไห

อย่าเอาความรักไปบังคับลูกให้ได้ดั่งใจ
มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นการทำร้ายที่เจ็บปวดที่สุด
เพราะจะมีคำถามเกิดขึ้นในใจลูกว่า

ถ้าไม่ใช่ในแบบที่เราต้องการ เราจะรักเขาไหม ?
ถ้าไม่ได้เป็นในแบบที่เราอยากให้เป็น เราจะรักเขาไหม ?
ถ้าทำไม่ได้ในแบบที่เราอยากให้ทำ เราจะรักเขาไหม ?

สำหรับคนเป็นพ่อแม่ ควรรักในสิ่งที่ลูกเป็น
ยอมรับให้ได้ว่า เขาไม่ได้เป็นได้ในแบบที่เราต้องการ แต่เขาเป็นตัวเองได้อย่างมีความสุข เราก็พอใจแล้ว

แค่อยากจะบอกว่า ไม่ควรคาดหวังและตั้งเงื่อนไขที่จะรักลูกเถอะ
อย่าทำให้ลูก ไม่มั่นใจในความรักของเราเลย ว่าเรารักเขาด้วยเงื่อนไขแบบไหน

รักด้วยใจแห่งการเป็นผู้ให้ และยอมรับได้ในแบบที่ลูกเป็
นั่นคือสิ่งที่สุขที่สุด ทั้งลูกและเราเอง

#แม่ยุ้ยThePlatuStory