ทุกการแข่งขัน การฝึกซ้อมคือหัวใจสำคัญ


ตั้งเป้ากันแล้วว่า ต้องสอบแข่งขันเข้าเรียน ม.1 แล้วพวกเราก็เตรียมตัวกันมา ปรับแนวคิด สร้างความเข้าใจให้ลูกมาเรื่อย ๆ เริ่มคุยกันตั้งแต่ ป.4 แบบไม่จริงจังมาก และ ป.5 ก็ไปสอบ Pre-Test โรงเรียนเป้าหมาย เพื่อพาลูกไปดูโรงเรียน ดูบรรยากาศ

ในวันที่ลูกเริ่มเข้าใจว่า ทำไมต้องสอบแข่งขันเข้าเรียน เริ่มอินกับสิ่งที่ต้องทำมากขึ้น เริ่มรู้เป้าหมายของตัวเองชัดขึ้น พวกเราคุยกันในบ้านตลอดนะคะ เราพร้อมสนับสนุนลูกในสิ่งที่ลูกเลือกเองเสมอ และก็ให้แนวคิด เสนอไอเดีย ให้ลูกได้ลองคิดในมุมที่ต่างออกไปจากที่ลูกมองอยู่ตลอด

ระหว่างทางมันก็มีเซ็ง ท้อ เหนื่อยกันบ้างเป็นธรรมดานะคะบอกเลย แต่ตั้งแต่ ปิดเทอมมา ลูกดูจริงจังขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ก็มีเรื่อยเปื่อย อ้อยอิ่งบ้างตามประสาเขา ที่บ้านเราใช้เรื่อง ตารางเวลาเข้ามาช่วยค่ะ เราจะมีลำดับกิจกรรมในแต่ละวันชัดเจนในสิ่งที่ต้องทำ และหลังเลิกเรียน ก็จะมีการจัดตารางอ่านหนังสือ ว่าวันไหนต้องทบทวนวิชาไหน ซึ่งก็ไม่ได้ทำได้ 100% แต่ก็พยายามทำตามให้ได้มากที่สุด บางวันการบ้านเยอะ บางวันมีเหตุด่วน ก็ข้ามกันไปบ้าง แต่วันไหนมีเวลาว่าง ก็ตั้งใจทบทวนกันให้ได้มากขึ้น

แม่ยุ้ยคุยกับปลาทูว่า หนูรู้ไหมว่า ในการแข่งขันอะไรสำคัญที่สุด … ลูกนิ่งไปแล้วก็คิดตอบว่า การซ้อมซิแม่ ถูกต้องแล้วลูกรัก ไม่ว่าจะแข่งอะไรก็ตาม คนที่ซ้อมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ คือคนที่มีความพร้อมในการแข่งขัน เราไม่ได้แข่งเพื่อเอาที่หนึ่ง หรือชนะเลิศนะในความคิดแม่ เราแข่งเพื่อให้รู้ตัวเองว่าเราทำได้แค่ไหน แล้วเราก็ใช้การฝึกซ้อมนี่หละลูก “พัฒนาตัวเอง” ให้ดีขึ้น

ชวนกันคุยให้ลูกเห็นแง่มุมต่าง ๆ ในการสร้างแรงฮึดค่ะ ทุกคนซ้อมกันเต็มที่ตามกำลัง ตามเวลา และตามความตั้งใจของแต่ละคนนะลูกนะ ถ้าเราอยากได้ในสิ่งนั้นเหมือนกัน เราก็ต้องตั้งใจและซ้อมให้มาก เพราะโรงเรียนก็จะต้องคัดเลือกคนที่ “ตั้งใจ” จะก้าวเข้าไปเรียนที่โรงเรียนเขาจริง ๆ นั่นคือการวัดควาตั้งใจ ความรับผิดชอบ และความพยายามไงลูก

ในช่วงเวลาแบบนี้ ลูกอยู่ในวัยประถมปลาย กำลังจะขึ้นมัธยม แม่ยุ้ยมองว่า การสอบแข่งขัน สอนอะไรลูกได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เขาไม่ใช่เด็กอนุบาลที่ยังไม่เข้าใจอะไรมากมายนัก เขาคือเด็กโตที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่น มันเป็นจุดเริ่มต้นของการ พิสูจน์ตัวเองในขั้นแรก ไม่ใช่ว่า การสอบเข้าจะบอกว่า คนได้คือคนเก่ง ไม่ใช่แบบนั้น แต่คนที่ได้คือคนที่มีความตั้งใจและพยายาม มีการวางแผนเตรียมความพร้อมให้ตัวเอง เหมาะสมกับโรงเรียนที่เราเลือก บ้านเรามองกันแบบนี้

ถ้าผลสุดท้ายลูกสอบไม่ได้ นั่นแปลว่า เราไม่เหมาะสมจะเรียนที่นั่นนะลูก ก็หาที่อื่นที่เหมาะสมกับเรา เราอาจจะยังพยายามไม่มากพอสำหรับโรงเรียนนั้น ปรับมุมมองการแข่งขันกันให้พอดี และดึงจุดที่สามารถ ฝึกลูกออกมา เพราะชีวิตจริง เรายังต้องอยู่ในสังคมที่ไม่ได้มีที่นั่งพอสำหรับทุกคนในทุก ๆ สถานที่ ต้องฝึกลูกเพื่อให้เรียนรู้กระบวนการ “แข่งขัน” อย่างไรให้รู้จักกำลังตัวเอง ให้ตัวเองพัฒนาขึ้น และ แข่งขันในแบบที่ตัวเองไม่เครียดจนทุกข์

แม่ยังยืนยันคำเดิมว่า หนูทำให้เต็มที่ ผลออกมายัง เราทุกคนพร้อมยอมรับไปด้วยกัน การเตรียมตัวสอบเข้าครั้งนี้ บอกเลยว่า เราทำงานกันเป็นทีมค่ะ เราไม่ได้ปล่อยให้ลูกรู้สึกว่าเขาสู้อยู่คนเดียว ในขณะที่ลูกตั้งใจทบทวน ขอไปเรียนพิเศษ แม่ก็เตรียมอาหาร เตรียมขนมไว้ให้ นั่งเป็นเพื่อนเวลาลูกทบทวน พ่อคอยช่วยอธิบายในสิ่งที่ลูกไม่เข้าใจ

คำที่พ่อกับแม่พูดกับลูกเสมอคือ ” มีอะไรให้พ่อกับแม่ช่วยไหม บอกมาได้เลย ถ้ามันเป็นเหตุผลสมควรแม่กับพ่อยินดีช่วยหนูเสมอ ” ช่วงนี้ก็จะมีแม่นั่งเป็นเพื่อนหนูที หนูเรียนหูฟัง (เรียนออนไลน์) แม่ก็ทำงานอยู่โต๊ะข้าง ๆ พ่อช่วยอธิบายตรงนี้ให้ที หนูอ่านหลายรอบแล้วไม่เข้าใจ และพ่อกับแม่ก็เป็นผู้ร่วมเล่นเกมส์ถามตอบกับลูก เวลาต้องท่องจำอะไร ผลัดกันถาม ผลัดกันตอบ

ส่งกำลังใจให้เด็ก ๆ ทุกบ้านที่กำลังเตรียมตัวสอบ O-NET และสอบเข้า ม.1 นะคะ

#แม่ยุ้ยThePlatuStory

Cr. Font หมาจ๋า from https://www.dogplease.com/my-font