ถูกเลือก และ ไม่ถูกเลือก


การได้รับเลือกเป็นตัวแทนชั้น
ในการทำเรื่องต่าง ๆ ของลูก
ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่ลูกจะได้แสดงออก
และก็เป็นโอกาสอีกรูปแบบหนึ่ง
ที่แม่จะสร้างความรู้สึกด้านตรงกันข้าม
ให้เด็กด้วยเช่นกัน 

เมื่อมีการกระตุ้นให้เห็นความสำคัญ
ของการ “ได้รับเลือก” จนมากเกินไป
บอกเด็กว่า ครูเลือกเพราะความไว้ใจ
เชื่อใจ หรือเห็นความสามารถของเด็ก
รวมถึงคอยช่วยกระตุ้นให้เด็กตั้งใจ
และทำให้เต็มที่ จนเกินพอดี

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในมุมตรงกันข้ามคือ
คำถามในใจลูก เมื่อ “ไม่ได้รับการเลือก” ในครั้งต่อๆไป
เด็กอาจจะ เสียใจ ผิดหวัง
หรืออาจจะตั้งคำถามจากข้อมูลเก่
ที่พ่อแม่เคยบอกว่า ครูเลือกเพราะไว้ใจ
เพราะเห็นความสามารถ

แต่ครั้งนี้ ไม่ได้รับการเลือกเพราะ?

ครูไม่ไว้ใจ
ครูไม่เชื่อใจ
ครูไม่เห็นความสามารถ

รึเปล่า ?

สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นคำถามในใจลูกก็ได้
แต่ก็อาจจะไม่เกิดขึ้นกับเด็กทุกคน

สิ่งหนึ่งที่แม่ยุ้ยทำคือ ทำให้เป็นเรื่องปกติ
ได้รับเลือกก็ดีจ๊ะ ลูกก็ตั้งใจนะ จบคะ
ไม่ได้รับเลือกก็ ดีจ๊ะ ผลัดให้เพื่อนบ้าง

อย่าทำให้ความสำคัญของการถูกเลือก
มันมากจน ต้องการจะถูกเลือกทุกรอบไป
แล้วถ้าเด็กเสียใจ ไม่เข้าใจ แม่จะทำอย่างไร

ก็สั้นๆ คะ เด็กต้องเรียนรู้ความผิดหวัง
หากการอยากถูกเลือกนั้นมาจาก
การอยากได้รับคำชม การอยากเป็นคนสำคัญ
พ่อแม่ก็อธิบายนะคะว่า สำหรับพ่อและแม่ ลูกสำคัญเสมอ
ครอบครัวเห็นความสำคัญลูกตลอด

ยุ้ยแค่พยายามจะบอกปวาทูเสมอว่า
คนข้างนอกจะเห็นลูกแม่เป็นอย่างไร
ก็่สำคัญไม่เท่าเราเข้าใจกัน

เพียงเพราะยุ้ยคิดว่า ในชีวิตจริง
ไม่มีใครเป็นผู้ถูกเลือกได้ทุกกรณี
วันนี้ เรียนรู้ซะลูก ที่จะเป็นผู้ไม่ได้รับเลือก
แล้วก็รู้เสียว่า มันเป็นเรื่องธรรมดามาก

โชคดีที่ปลาทูไม่ค่อยมีความรู้สึกเสียใจ
กับการไม่ถูกเลือกสักเท่าไหร่
มาบอกแม่ตอนไหว้ครูว่า หนูจับฉลากไม่ได้ อดถือพานเลย
แม่ตอบสั้นๆ ว่า ดีแล้ว เตรียมพวงมาลัยมาไหว้ครู ก็เหมือนกัน
(แถมแม่ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องพาน แม่แอบดีใจอย่างมาก)

ฝึกเผชิญความผิดหวังไว้นะคะ
พ่อแม่ก็อย่าได้สงสารลูกจน
ลูกไม่เคยเข้าใจ ความผิดหวัง
เพราะถ้าวันนี้ เขาไม่รู้จักจัดการกับใจตัวเองในเรื่องนี้
ในวันที่เขาเป็นวัยรุ่น เกิดรักใคร
แล้วเขาไม่รักตอบ เขาไม่เลือกเรา
จะรับไม่ได้ ฟูมฟาย เศร้าใจ กันเกินไป

ค่อยๆ สอนกันไปคะ
กว่าจะโตกันขึ้นมาสักคนได้นี่
พ่อแม่ขนสารพัดวิธีการเอามาสอนกันเนาะ

เรื่องราวนี้เป็นแนวคิดตามแบบของยุ้ยนะคะ อาจจะไม่ถูกตามหลักวิชาการก็ได้
เพียงแต่ ยุ้ยแค่ใช้สัญชาติญาณ และความเป็นตัวเอง คิดในแบบของยุ้ย

คำพูดพ่อแม่ มีสองมุมเสมอ

ฝากกันไว้ก่อนนอนคืนนี้คะ

ปล. ตอนนี้เกิดจาก การพูดคุยและหารือกันกับที่พี่รู้จักคนนึง จึงนำมาแชร์ เผื่อจะเป็นแง่มุมให้กับครอบครัวอื่นๆ ด้วย