ช่วงเวลาแห่งการสร้างภูมิต้านทาน (ชีวิต) 



นานมากแล้วที่ปลาทูน้อยของแม่ไม่ป่วยมากมายแบบนี้
ครั้งนี้ ปลาทูเป็นไข้ 7 วันยาวเหยียด เรียกได้ว่าเฝ้ากันจนป่วย
แล้วเราก็เช็ดตัวลดไข้กันเป็นระรอก พ่อและแม่ผลัดกันตื่นเพื่อดูลูก
รอบแรกลูกแม่หายแล้วไปโรงเรียนได้อยู่ 2 วัน
ก็กลับมาตัวร้อนอีกเมื่อคืน ครั้งนี้อาการต่างออกไปจากครั้งแรก
มีปวดหัวมากมาย ร่วมด้วย ไข้รอบแรกต่ำ ๆ ไม่สูงมาก รอบนี้สูงกว่า
รอบแรกมีไข้ กินยายังลงมาตัวเย็นให้ไ้ดพักบ้าง
รอบนี้ไข้มาสูง กินยา แล้วก็ลงมาบ้าง แต่ก็ยังคงไข้ต่ำ ๆ อยู่

หลายคนที่ไม่มีลูกอาจจะไม่เข้าใจว่า ทำไมปล่อยให้ลูกป่วยนานจัง
หลายคนมีคำถามว่า ทำไมไม่นอน ร.พ.
หลายคนคงงงว่าทำไมไม่ฉีดยา จะได้หายไว ๆ รีบไปโรงเรียน
หลายคนคงคิดว่า กินยาแรง ๆ เลย จะได้หาย เดี๋ยวเรียนไม่ทันเพื่อน

ลูกบ้านนี้เป็นไข้ กินพาราธรรมดาคะ แล้วเราก็ใช้การเช็ดตัวลดไข้เอา
เช็ดตัวน้ำชุ่ม ๆ น้ำอุณหภูมิห้องนี่หละคะ เช็ดจนไข้ลงกันไปตามรอบ

ไอ หมอจ่ายยาแก้ไอ และหมอบอกว่า ยาแก้ไอที่ดีที่สุดคือ “น้ำ”
แม่บ้านนี้ก็พยายามให้ลูกกินน้ำให้ได้มากที่สุดตอนอยู่บ้าน

รอบล่าสุดนี่หมอตรวจเลือด x-ray ตรวจไข้หวัดใหญ่
ไม่พบอะไรแปลกปลอม ไม่ติดเชื้อใด ๆ ทั้งสิ้น แต่มีไข้
หมอบอกว่า การติดเชื้อไวรัส ก็จะทำให้มีไข้ได้สัก 7 วัน
ยาฆ่าเชื้อที่เรากิน ๆ กันเนี้ยคือการฆ่าเชื้อแบททีเรีย
รอบนี้ได้ยาฆ่าเชื้อเพราะเสมหะมีสีเขียว แปลว่าติดเชื้อแบททีเรีย
รอบนี้ก็กินยาฆ่าเชื้อคะ ปีนี้ เพิ่งกินครั้งแรกเลย

ที่ไม่นอน ร.พ. เพราะว่า ผลเลือด ผล x-ray ทุกอย่างโอเคหมด
มีแค่ไข้เท่านั้น น้ำและอาหาร ปลาทูของแม่พอกินได้
และจากสมัยที่เรานอน ร.พ. กันถี่ ๆ แม่ยุ้ยค้นพบว่า
ในช่วงเวลาที่โรคระบาดเด็กกำลังฮิตในวอร์ดเด็กนั้น
ถ้าเราไม่ได้หนักหนาจนแย่แล้ว อย่าได้ไปนอนเลยคะ
เราอาจจะมีโอกาสติดเชื้อโรคอื่น ๆ กลับมาด้วย

แม่เลยคุยกับหมอ ตรวจทุกอย่างให้ครบนะคะ
ถ้าวางใจได้ แม่จะขอกลับไปนอนบ้าน มาถี่หน่อยไม่เป็นไร

สำหรับรอบนี้ แม่ก็ป่วยด้วย เราหาหมอพร้อมกัน
แม่ยุ้ยจมูกบวม ก็คงเกิดจาก วงจรการดูแลลูกป่วยนี่เอง
ก็ได้ยามากินแช่นกัน หมอบอกว่า กินยาลดบวมที่จมูก แล้วนอนเยอะ ๆ
อีกสัก 7 วันก็จะหายเองโดยไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อนะ

คำนึงของหมอคือ บ้านเราโชคดีที่ป่วยก็กินยาสบาย ๆ ได้ ไม่ต้องแรง
ก็จะหายเองเสียส่วนมาก ..

สำหรับปลาทู หมอให้ไป ร.ร. ได้เมื่อวันจันทร์ทีผ่านมา
อาจจะด้วยเพราะเพิ่งหายป่วย เลยไปรับเชื้อมาเพิ่มเติม
จึงทำให้ ไข้กลับมาอีกครั้ง ด้วยเชื้อตัวใหม่
และรอบนี้หมอให้พักอยู่บ้านจนวันศุกร์เลย

กลัวลูกเรียนไม่ทันเพื่อนบ้างไหมคะแม่ยุ้ย ?
ไม่กลัวคะ .. ป่วยเป็นเรื่องธรรมดา เราไม่ได้เป็นบ่อย ๆ
แล้วแม่ยุ้ยแวะไป ร.ร. เพื่อไปขอรับการบ้านและงานค้างของลูกมาทำ
ก็พอจะช่วยให้ลูกทำงานตามเพื่อนได้บ้าง
บ้านเรา ” ไม่รีบ” เรื่องเรียนทันหรือไม่ทัน ไม่ทันก็ไม่ซีเรียสคะ
เดี๋ยวแม่สอนเสริมตามหลังให้ได้ สบายมาก

สิ่งที่เราสองคนแม่ลูกทำตอนนี้คือ แยกกันนอนคนละเตียง
มีพ่อวิ่งดู ดูแม่ที ดูลูกที ตอนนี้แม่เลยคุยกับปลาทูว่า

“เราต้องรีบหายแล้วหละ ไม่งั้นพ่อจะป่วยไปด้วยอีกคน”

ไวรัสทำเราไข้ขึ้นได้ .. แต่ไวรัสช่วยให้เรารับรู้ถึง
“ความใส่ใจ การดูแลใจใส่ กันในครอบครัว” นะคะ

เย็นนี้พ่อตุ๋นไข่ให้ปลาทูทาน เดี๋ยวนี้พ่อทำได้หลายอย่างแล้ว
แม่กับปลาทูก็ ชวนกันคุยแต่ว่า

เดี๋ยวหายเราจะไปกินไรกันดี
สองคนแม่ลูก สารพัดเมนู เรียงหน้ากระดานขึ้นมาเลยคะ

ไม่มีเรื่องแย่เรื่องไหนไม่ผ่านไปนะคะ
ทุกอย่างเกิดขึ้นมาเพื่อฝึกฝนความแข็งแกร่งในตัวเรา
ทุกอย่างมีเหตุ และมีผล ที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
อยู่ที่เรามองเท่านั้นเอง .. ไวรัส ไม่สามารถทำร้ายความรักของเราได้

ทุกครั้งที่เราเจออะไรหนักหน่วง
เราไม่เคยอ้างว้างเลย เพราะเรามีครอบครัว
เข้าใจกันบ้าง ตีกันบ้าง เหวี่ยงใส่กันบ้าง
แต่สุดท้าย เราก็กอดคอกันผ่านมันไปได้ทุกสถานการณ์จนได้

ขอบคุณชีวิตที่มีวันนี้
ขอบคุณวันดี ๆ ที่ทำให้เราเข้มแข็ง
ขอบคุณวันแย่ ๆ ที่ทำให้เราเห็นค่ากันและกัน

วันนี้ ขอบคุณ แฟนคลับทุกคนที่ส่งกำลังใจให้ทั้งแม่ยุ้ยและปลาทูนะคะ
ไม่เคยมีการป่วยหนไหนที่มีคน อวยพรขอให้หายไว ๆ มากมายเท่าครั้งนี้เลย

เป็นปลื้ม … หายแล้ว
เตรียมฉลองไอติมมะพร้าวพร้อมแม่ยุ้ยนะ ปลาทูจะกินพิซซ่า

ขอบคุณมิตรภาพอันไรพรมแดนจากที่แห่งนี้ จากใจจริงคะ

ดูแลสุขภาพกันนะคะ นอนเยอะ ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ

รักนะจ๊ะ

#แม่ยุ้ยThePlatuStory