ยืนให้มั่น บนจุดยืนของเรา


ความชัดเจนในจุดยืนของครอบครัวเรื่องแนวทาง วิธีการและทัศนคติในการเลี้ยงลูกถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับครอบครัวของแม่ยุ้ย แม่ยุ้ยใช้วิธีประชุมกัน หาทางออกร่วมกันและวางแผนร่วมกันอยู่ตลอด กับเรื่องเรียนของลูกก็เช่นกัน เราไม่เน้นวิชาการจ๋า เพราะดูทรงแล้ว ลูกเราออกแนวศิลปิน เราไม่เข้มงวดกวดวิชา แต่สิ่งที่เราทำคือ

การบ้านลูก เราให้ลูกทำเอง เราไม่ทำให้
ลูกไม่เข้าใจ สงสัยถามเราได้ แต่เราไม่สอนลูกด้วยวิธีการของเรา
ดูแลตัวเองในเรื่องเรียน เราปล่อยให้ลูกจัดการตัวเอง แต่เราคอยบอก
จัดตารางสอนเองตั้งแต่ ป.1 ลืม หาย รับผิดชอบเอาเอง
และแม่พร้อมรับฟังครูในคำชี้แนะทุกเรื่อง แม่โผล่หน้าไปโรงเรียนให้ครูเห็นเสมอ เมื่อเกิดอะไรที่ครูคิดว่าต้องคุย ก็เรียกหาแม่ได้ตลอด

นันคือ “หน้าที่” ของทั้งพ่อแม่และลูกที่จะต้องทำร่วมกันในทุกจุดยืนไม่ว่าเราจะเน้นแบบใด เลือกแบบไหน

หากจะถามว่า ปลาทูมีปัญหาเรื่องการเรียนไหม ตอบเลยค่ะว่า ก็มีตามประสาศิลปินของเธอ คุยในห้อง ลุกเดินไม่นั่งที่ ทำตามใจ ไม่ฟังคำสั่ง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ แม่ยุ้ยใช้ความใกล้ชิดทั้งกับลูกและโรงเรียนเข้าแก้ไข อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าทำไมต้อง ฟังครู ทำไมต้องไม่ชวนเพื่อนคุย ทำไมต้องไม่ลุกเดิน และแม่ยุ้ยเองก็เหลือช่องคำว่า “ตามวัย” ให้ลูกไว้ด้วย ไม่คาดหวังกับเด็กประถมต้นว่าจะต้องเป๊ะ เนี๊ยบ เรียบร้อยทุกกระเบียด เพราะเขาคือเด็ก 7-8 ขวบเท่านั้น อย่าได้คาดหวังให้ทำได้ขนาดเด็ก 10 ขวบ

เมื่อทุกคนรู้หน้าที่ของ “ตัวเอง” เราในฐานะพ่อแม่ ก็ใส่ใจลูก ไม่ใช่โยนทุกอย่างไปให้โรงเรียนและครู เด็กก็อยู่ในสายตา ปัญหาอะไรเราก็แก้ไขได้ทันท่วงที ลูกเองถูกฝึกให้ดูแลตัวเองเป็น เด็กก็จะค่อย ๆ เรียนรู้คำว่า “รับผิดชอบ” และค่อย ๆ พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ

ก่อนจะมั่นใจในจุดยืนของเรา สำรวจตัวเองให้ดีกันก่อนว่า เราบกพร่องในหน้าที่รึเปล่า เราเคยดูการบ้านลูกไหม เราเคยโผล่ไปให้ครูอ้าปากคุยด้วยรึเปล่า หรือว่า เราคิดแต่ ฉันต้องทำงานหาค่าเทอม เราไม่ได้มีหน้าที่หาเงินเพียงอย่างเดียวนะคะ .. เราต้องเลี้ยงลูกและดูแลเด็กของเราด้วย

ถ้าเราหมั่นสำรวจตัวเอง เช็คอยู่ตลอด เราก็สามารถมั่นใจในจุดยืนของเราได้ แล้วเราก็จะยืนอยู่ท่ามกลางกระแสโลกที่แรงขึ้นทุกวันได้

‪#‎แม่ยุ้ยThePlatuStory‬