รู้จักดึง รู้จักผ่อน และรู้จักวาง


หนูไม่เรียนแล้วนะแม่ หนูเหนื่อย แม่ก็เลยชวนคุยว่า ไม่เรียนแล้วหนูคิดว่าเราควรจะเตรียมตัวยังไงดีในช่วงโค้งสุดท้าย แนวคิดลูกก็ดีนะคะ เขาบอกว่า เขาได้อะไรมาบ้างจากการเรียนพิเศษ และวิชาไหนที่เรียนพิเศษแล้วเขาก็ยังรู้สึกว่า เขาคิดไม่ออกตอนทำสอบพรีเทสอยู่ นี่แม่ก็ลองให้เรียนออนไลน์ด้วยนะคะวิชาคณิต ลูกก็บอกว่าหนูว่า หนูไม่ชอบ หนูชอบให้แม่กับพ่อสอนมากกว่า

ในช่วงแรกเราปล่อยใหลูกได้ลองได้ตัดสินใจ ตอนนี้ลูกมาคุยว่า อยากให้แม่กับพ่อช่วยสอนในช่วงโค้งสุดท้ายเอง แม่เลยคุยกันกับลูกค่ะว่า งั้นเราต้องมาทำข้อตกลงกันก่อนนะ ถ้าจะเรียนกับแม่

คะแนนพรีเทสออกมาหมดแล้วทั้ง 2 ห้อง ห้องพิเศษวิทย์ (ที่ลูกขอสอบเพิ่ม) และห้องธรรมดา แม่คุยกับพ่อ คิดคะแนนที่ทำได้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์เลย ลูกทำแต่ละวิชา ได้กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ลำดับที่ได้ ถ้าเราเทียบกับการรับสมัครจริง ลูกยังไม่สามารถผ่านเข้าไปได้นะ ดังนั้นเราต้องใช้เวลาในช่วงโค้งสุดท้ายที่เหลืออยู่ให้ “คุ้มค่าต่อการปรับปรุงแก้ไข” ให้ได้มากที่สุด

แม่เสนอไอเดียค่ะ … เราต้องทำแบบฝึกหัดเพิ่มขึ้น ลูกบอกว่า งั้นเราสรุปหัวข้อทุกวิชาเลยแม่ แล้วเรามาเช็คกันว่าเรื่องไหนเราเข้าใจแล้ว แม่บอกว่า แม่ไปวิเคราะห์มาแล้วว่า คะแนนพรีเทสที่ออกมา เราน่าจะต้องปรับปรุงส่วนไหนบ้าง มาลุยกัน

ข้อตกลงร่วมกัน คือลูกต้องเห็นถึงความสำคัญในสิ่งที่แม่เสนอ เขาถึงจะให้ความร่วมมือ แม่ก็ต้องไม่บังคับ กะเกณฑ์จนเกินกำลังที่ลูกไหว หาจุดตรงกลางร่วมกันให้ได้มากที่สุด เข้าใจกันบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้างก็เป็นธรรมดาค่ะ

สัปดาห์นี้สิ่งที่เราสองคนทำกันอยู่คือ พยายามทำแบบฝึกหัดให้ได้มากขึ้น และแม่จะเฉลยทุกข้อที่ลูกทำผิด พร้อมคำอธิบาย การทำแบบฝึกหัดทำให้รู้วา ลูกยังไม่เข้าใจตรงไหน และเริ่มจับเวลาในการทำ เพื่อจะได้รู้ว่า ลูกใช้เวลาทำต่อข้อ นานแค่ไหนในแต่ละวิชา เพราะในการสอบ ลูกต้องจัดการเวลาในห้องสอบให้ได้

นี่เราวิเคราะห์กันว่า คณิต กินเวลาเยอะที่สุด ลูกเรายังไม่สามารถทำโจทย์ที่ซับซ้อนมากได้ จึงทำให้ทำไม่ทันและดึงเวลาไปมาก เราจะลองให้ลูกจัดลำดับในการทำข้อสอบกันใหม่ เรียงจากวิชาที่ลูกถนัดและใช้เวลาน้อยที่สุดก่อน แล้วเก็บคณิตไว้ทำทีหลังสุด แต่ก็ยังรอดูว่า วิธีนี้มันจะเวิร์กไหม ลูกจะล้าก่อนจะต้องคิดโจทย์คณิตรึเปล่า ไว้มาลองดูกัน

📌 สิ่งสำคัญที่เล่าเรื่องทั้งหมดนี้มาคือ ลูกเพิ่ง ป.6 เขายังคิดทุกอย่างรวบยอดเบ็ดเสร็จไม่ได้ ด้วยวัยของเรา บวกกับ อารมณ์ที่เพิ่งเริ่มทำงานไม่นาน ยังสวิงขึ้นลง ยังจัดการอารมณ์บ่จอยของตัวเองไม่ได้ดีนัก เราโตกว่า ผ่านอะไรมาก่อน บางเรื่อง คงต้องยื่นมือเข้าไปช่วยแนะนำ ช่วยจัดการบ้าง ในระดับที่ไม่ล้ำเส้นลูกจนเกินไป

‼️ ปล่อยขาดเลยให้ลูกจัดการเองก็คงยังไม่ได้ จะเข้าไปจัดการแบบลูกเหมือนเด็กอนุบาล ก็ไม่ได้อีกเช่นกันในวัยนี้ แม่คิดว่า ต้องใช้การประคับประคองในแบบที่มีระยะห่างที่หายใจกันสะดวก วันไหนหงุดหงิดกลับมา ก็ให้ระบายอารมณ์ ทำอะไรให้ใจเย็น อารมณ์ดีก่อน ค่อยทำแบบฝึกหัด ค่อยคุยกันเรื่องพวกนี้ วันไหนเหนื่อยท้อ ก็ต้องคอยให้กำลังใจกันไปค่ะ นี่คือสนามสอบแรกของปลาทู และก็เป็นสนามสอบแรกของการเป็น ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ของแม่ยุ้ยเช่นกัน

เราเครียด ก็เครียตัวเองก่อนนะ เราเครียด ลูกก็เครียด อารมณ์ดี ๆ แล้วคุยกันใหม่ แต่ก็มีบางจังหวะเหมือนกันที่ แม่ยุ้ยก็เลือกที่จะคุยให้ลูกฟัง ในลักษณะแม่ขอบอกความในใจได้ไหมลูก แม่เป็นห่วงนะ แม่อยากช่วย แต่แม่ก็ไม่อยากถูกรำคาญ แม่อยากให้หนูเข้าใจ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนูพยายามทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด แม่พร้อมยอมรับผล และช่วยกันแก้ปัญหาทุกอย่างไปกับลูกเสมอ ขออย่างเดียว ทำให้เต็มที่ !!! หนูรู้ตัวเองดีที่สุดว่า หนูทำเต็มที่รึยัง หนูทำพยายามกว่านี้อีกไหม แม่สนใจแค่ ความตั้งใจและความพยายามของหนูนะลูก แม่รู้ว่าลูกแม่เป็นยังไง เราจะสู้ไปด้วยกันนะ

บอกให้ลูกได้เข้าใจในแบบที่ “เพื่อนคุยกัน” ไม่ได้สั่งให้เข้าใจกันนะ ลูกมองดูสิ่งที่แม่ทำเถอะนะลูก แม่ก็มองดูสิ่งที่หนูทำอยู่เหมือนกัน

เป็นกำลังใจให้ทุกบ้านนะคะ #โค้งสุดท้าย เรามาฮึดไปพร้อมกันค่ะ

#แม่ยุ้ยThePlatuStory