เพราะอะไรแม่ถึงดุเสียงดัง


เมื่อหลายวันก่อน เด็กน้อยม้าเคิฟโดนแม่ดุเสียงดัง ขณะที่กำลังกลิ้งตัวบนลูกบอลยักษ์สำหรับออกกำลังกายไปหน้าทีวี บ้านเพื่อนแม่ยุ้ย
ครั้งแรกบอกให้ หยุดลูก ยังไม่หยุด ครั้งที่สอง เดซิเบลเพิ่มโดยอัตโนมัติเลย ผลคือหยุดค่ะ แต่หน้างอ คอหักไปตามระเบียบ เดินไปหลบมุมงอนเงียบ ๆ อยู่คนเดียว แม่ยุ้ยทิ้งระยะเวลาให้สักพัก แล้วเดินไปเรียกมาคุยว่า
รู้ไหมว่าทำไมแม่ถึงดุให้ลูกหยุดเล่น พร้อมทั้งจูงมือมาหน้าทีวี ชี้ไปที่ กระป๋องใส่ของที่ตั้งอยู่ข้างหน้าทีวี มีไม้บรรทัดเล็ก และเข็มรอยมาลัยเสียบอยู่ พร้อมทั้งชี้ให้ดูและพูดว่า
“ที่ลูกไถลูกบอลมาตรงนี้ ถ้าไถแรงกว่านี้ เข็มร้อยมาลัยอาจจะทิ่มตาลูกได้ หรือไม้บรรทัดเหล็กอันนี้ก็อาจจะทิ่มตาลูกได้เหมือนกัน แม่ถึงดุให้หยุดเล่น และแม่ต้องเสียงดังขึ้น เพราะ ลูกต้องหยุด ไม่งั้น ลูกก็ไม่หยุด แล้วถ้ามันทิ่มตาลูกขึ้นมาจริง ๆ มันอันตรายมากนะ รู้ไหม ? แล้วรู้หรือยังว่าทำไมแม่ถึงต้องดุเสียงดัง”
เด็กน้อย พยักหน้าแสดงว่า เข้าใจ และเดินไปเล่นตรงอื่น สิ่งที่เล่ามาทั้งหมด เพียงเพื่อกำลังจะบอกว่า “การดุกัน แม่ยุ้ยจะมีอธิบายถึงที่มาที่ไปให้ลูกฟังด้วย เพราะอะไร ถ้าไม่หยุด จะเกิดอะไรขึ้น ทำไมแม่ต้องหยุดหนู”
ครั้งนั้น ปลาทูไม่ร้องไห้ เพราะโดนดุ และก็ปรับอารมณ์สู่โหมดปกติได้เร็วขึ้น แม่เข้าใจว่า น่าจะเพราะ รู้ว่า อะไรเป็นอะไร และสิ่งที่แม่ดุนั้นมาจากการป้องกันลูกจากอุบัติเหุตที่อันตราย
ไม่ดุพร่ำเพรื่อ ไม่ดุเรี่ยราด ไม่เสียงดังจนเป็นปกติ เพราะมันจะไม่ขลัง แล้วให้เหตุผลกับลูก เด็กไม่โง่นะคะ เชื่อซิ !!! เราต่างหาก หาเหตุผลในการดุให้ได้ก่อนนะ ไม่ใช่หงุดหงิดฟ้าฝน ก็ลงกับลูก เซ็งตัวพ่อ ก็ระเบิดใส่ลูก อย่าทำกันจนเป็นความเคยชิน และไม่มีที่มาที่ไป ถ้าอยาก ขลัง !!
เข้าใจตรงกันนะคะ เผื่อจะนำไปใช้กันได้
‪#‎แม่ยุ้ยThePlatuStory‬