มีโรงเรียนที่สอนแต่ศิลปะไหมแม่ ?


คำถามจากปลาทูน้อยลูกแม่วันนี้ คือ

➟ มีโรงเรียนที่เรียนที่สอนแต่ศิลปะไหมแม่ วันทั้งวันวาดแต่รูป ทำงานประดิษฐ์ ระบายสี

คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวแม่คือ เพาะช่าง มั้งลูก แต่ทุกคนที่จะเรียนแบบนั้นได้ก็ต้องผ่านการศึกษาขั้นพื้นฐานก่อนนะลูกนะ เขาจะมีประกาศรับเด็กที่เรียนจบ ม.3 หรือ ม.6 ถึงจะไปเรียนได้แล้วแต่ที่นั่นหละ

➟ ทำไมต้องเรียนวิชาชาอื่นที่ไม่ชอบด้วยหละแม่ ?

หนูไม่ชอบเรียนคณิตเลย ทำไมต้องเรียนด้วย เรียนแต่ศิลปะกับงานประดิษฐ์ไม่ได้เหรอ เออเนาะ !!! สมัยแม่ก็ต้องเรียน แล้วคณิตนี่มันก็ยากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยซิ ตอบลูกไปว่า
แม่ก็ไม่ชอบคณิตอย่างมากมาย แต่ก็ต้องเรียนตามขั้นพื้นฐานที่เราต้องเรียนก่อน โอ๊ยปลาทูสมัยแม่นี่เรียน คณิตศาสตร์สำหรับวิศกรรมด้วยนะ แล้วทุกวันนี้ แม่ก็ได้ใช่แค่คณิตศาสตร์เบื้องต้นนั่นหละ แต่เราก็ควรต้องเรียนพื้นฐานไว้ เพราะ ถ้าหนูจะไปเรียนออกแบบ ก็ต้องคำนวณ ก็ต้องใช้คณิต จะวาดรูปขาย หรือเปิดสอนวาดรูป หนูก็ต้องคิดเลขได้ ทำบัญชีได้ คิดต้นทุน กำไรเป็น มันก็ต้องใช้คณิตแหละลูก

➟ แล้วหนูชอบงานประดิษฐ์ ชอบวาดรูป หนูจะทำอาชีพอะไรได้บ้าง

ลูกเริ่มมีคำถามเกี่ยวกับศิลปะที่มีมิติมากขึ้น เริ่มคิดว่า วาดรูปที่ชอบทำเป็นอาชีพได้ไหม หรือหนูจะทำอะไรได้อีกถ้าหนูวาดรูปได้ จึงเป็นประเด็นที่เราเริ่มชวนกันคุยมากขึ้น เพื่ออยากให้ลูกเห็นภาพกว้างขึ้นในสิ่งที่ลูกชอบ แล้วลองดูซิว่า ถ้าต้องอยู่กับสิ่งนั้นนาน ๆ และยึดเป็นอาชีพมันจะเป็นยังไง ค่อย ๆ ศึกษากันไป
นี่อาจจะเป็นกระบวนการหนึ่งในการ “ค้นหาตัวตน” ของปลาทูที่แม่ยุ้ยกำลังประคับประคองอยู่นะคะ ลูกนั่งอยู่กับการวาดรูปได้ 3-4 ชั่วโมงไม่บ่น ไม่เบื่อ นั่งปักผ้า ตัดกระดาษพับ ระบายสี จับไอ้นี่มาต่อไอ้นั่นได้เรื่อยเปื่อยคนเดียว แม่ว่าแม่เริ่มรู้แล้วว่า ทางของหนู คงจะเป็นทางนี้

แม่คุยว่า แม่ขอให้เรียนจบ ม.3 ก่อนนะ แล้วถ้ายังชอบในเรื่องแบบนี้อยู่ เรามาหาทางกันว่า จะไปเรียนเน้นทางนี้เฉพาะได้แบบไหน ที่ไหนยังไงได้บ้าง บ้านเราคุยกันว่า รุ่นลูก เราจะมีแนวทางต่างออกไปจากสมัยเราเป็นเด็ก ที่พ่อแม่วางเส้นทางอาชีพไว้ให้ เรียนอะไรที่พ่อแม่คิดว่า ดี คิดว่ามีงานทำ แต่กับรุ่นลูกเรา เราจะไม่ทำแบบนั้น

ค้นหาสิ่งที่ชอบให้เจอก่อน แล้วลองสนับสนุนลูกให้เต็มที่ และให้เขาได้ค้นคว้า และพยายามเพื่อสิ่งที่ชอบด้วยตัวเองไปด้วย อย่างตอนนี้ คอร์สศิลปะที่เรียน ปลาทูจ่ายค่าเรียนด้วยครึ่งหนึ่งนะคะ ยุ้ยออกให้ครึ่งเดียว
แม่ยุ้ยอยากให้ลูกได้ลงมือทำจริง ๆ เพื่อให้ได้รู้ว่า ชีวิตจริงเวลาที่เรากระโจนลงไปกับอาชีพนั้น ๆ เราต้องเจออะไรบ้าง ไหวไหม ยังชอบอยู่รึเปล่า
และสุดท้ายแม่ยุ้ยไม่ยึดติดกับการทำงานในองค์กร เหมือนยุคที่พ่อแม่เราคิดนะ ทำที่ไหนก็ได้ องค์กรก็ได้ถ้ามีความสุข ทำเองอิสระก็ได้ถ้าจัดการเวลาได้ มีวินัยพอ แม่สนับสนุนหมด

แม่มีหน้าที่ช่วยให้หนูค้นพบเส้นทางที่ตัวเองชอบ ไม่ใช่คนกำหนดให้หนูชอบในสิ่งที่แม่อยากให้เป็น

#แม่ยุ้ยThePlatuStory