แม่จ๋า .. หนูอยากขอเรียนพิเศษได้ไหม ?


พี่ ป.6 ของแม่ไปโรงเรียนกลับมาวันแรก กลับมาคุยกับแม่ว่า

ปลาทู : แม่จ๋า หนูอยากไปเรียนที่ที่เขาแจกหนังสือสรุป แบบที่มีชีทแผ่น ๆ ให้ มีหนังสือให้ อ่านแล้วสรุปมาแล้วรู้เรื่องเลย

แม่ : เดี๋ยวก่อน มันอะไรยังไงไหนเล่าให้แม่ฟังที หนูไปเห็นมาจากไหนเหรอ แล้วมันคือที่ไหนยังไง

ปลาทู : เพื่อนเขาไปเรียนกันมานะแม่ เขาจะมีหนังสือสรุปแต่ละวิชามาเลย แล้วเพื่อนก็ได้แจกมาเขาให้ มีเป็นชีทด้วย

แม่ : ลองไปถามเพื่อนมานะลูกนะว่า เขาไปเรียนที่ไหนยังไงเหรอ แล้วเอามาบอกแม่ แล้วเรามาคุยกันก่อน

แล้วก็ได้ข้อมูลมาคุยกับแม่ ว่า เพื่อนไปเรียนพิเศษกันมาตอนปิดเทอม เป็นโรงเรียนกวดวิชานั่นหละ น่าจะใช่แบบนั้น แล้วเขามีหนังสือสรุปเนื้อหาและชีทแบบฝึกหัดมาให้ ซึ่งปลาทูเพิ่งเคยรู้จักว่มีอะไรแบบนี้ด้วย เพราะตัวเองไม่เคยเรียนพิเศษวิชาการเลย ตั้งแต่อนุบาลจนถึงทุกวันนี้ แม่ยุ้ยเลยเริ่มชวนลูกคุย

แม่ : ไหนบอกแม่หน่อยว่า หนูคิดยังไงถึงอยากเรียนแบบเพื่อนเหรอ หนูรู้สึกอยากเรียนเพราะอะไร

ปลาทู : ก็มันดีนะแม่ เพื่อนมาเล่า เขาไปเรียนกันหลายคนเลย แล้วเนี่ยครูก็พูดวันเปิดเทอมว่า ปีนี้ ป.6 แล้ว ต้องเตรียมสอบเข้า ม.1 นะ คนที่เรียนเก่ง ๆ บางคน ได้ที่ 1 ในโรงเรียนพอออกไปแข่งตอนสอบก็ยังไม่ได้ก็มี ต้องเตรียมตัวกันให้มาก ๆ หนูอ่ะเรียนก็ไม่ค่อยเก่งอะไรเลย แล้วหนูกลัวว่าหนูจะสอบไม่ได้

แม่ : อ๋อ แบบนี้นี่เอง ฟังแม่นะลูกนะ โรงเรียนกวดวิชา ที่เขาไปเรียนพิเศษกัน เขาจะสอนล่วงหน้าก่อนโรงเรียน ถ้าเพื่อนไปเรียนตอนปิดเทอมเขาก็จะสอนกันก่อนที่จะเปิดเทอม เพื่อนเขาก็เลยรู้ก่อนที่หนูจะเรียนในห้องไง แล้วลูกแม่ เรียนไม่เก่ง แต่ลูกแม่ แกะแตงโมเก่ง วาดรูปก็สวยนะแม่ว่า แถม หุงข้าวก็ได้ ทอดไข่เจียว ผัดผักบุ้งก็ได้นะ คนเราไม่ได้เก่งเหมือนกันก็ได้ลูก เรียนไม่เก่งไม่เป็นไรเลย หนูตั้งใจแม่ก็โอเคแล้วนะ

ปลาทู : แต่ตอนสอบเข้า เขาไม่ได้สอบแกะแตงโมนะแม่

แม่ : เออก็จริงลูก แต่แม่จะบอกว่า เด็กที่ไม่เคยเรียนพิเศษเลยแบบหนู เราต้องดูก่อนกว่าถ้าเราไปเรียนแบบเขาเรียนกวดวิชากัน หนูจะตามเขาทันไหม พื้นฐานเราไม่มีเลย เอาแบบนี้ดีไหม เรียนพิเศษกับแม่ก่อนเทอมนี้ ถือเป็นการปรับพื้นฐานก่อน แล้วเรียนพิเศษตอนเย็นที่โรงเรียนอีกทาง เพื่อให้หนูเข้าใจมากขึ้นก่อน

ปลาทู : ก็ได้นะแม่ แต่แม่ต้องพาหนูไปซื้อหนังสือสรุปแบบที่เพื่อนมีกัน ไม่รู้ที่ร้านหนังสือมีขายไหม

แม่ : อ่าโอเคได้ เดี๋ยวแม่พาไปเลือก แล้วเราเรียนที่โรงเรียนตอนเย็นเสริมเอาก่อน หนูจะได้รู้ว่า เวลาเขาเรียนพิเศษกันมันเป็นแบบไหนยังไงนะ ชอบไหม ไม่ชอบ ไหวไหม ไม่ไหวก็บอกแม่ แล้วอันไหนไม่เข้าใจ มาเรียนกับแม่เพิ่มนะ แล้วเดี๋ยวเทอม 2 เราค่อยคุยกันอีกทีเรื่องจะไปเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาข้างนอกโรงเรียนดีไหม

ปลาทู : ก็ได้แม่ เพราะเพื่อนก็บอกว่าบางคนก็ไปนั่งเหม่อ

แม่: นั่นหละ พอเราไม่เข้าใจ ตามไม่ทันมันก็ไม่สนุกไง ไม่รู้เรื่องเท่ากับเราไปนั่งเสียเวลาแล้วไม่ได้อะไร เสียเงินด้วย แม่เลยว่า เราปรับพื้นฐานเราก่อนแล้วค่อยไปเรียนตอนเราพร้อมดีไหม

ปลาทู : เอาแบบนั้นก็ได้ เดี๋ยวใบเรียนพิเศษที่โรงเรียนมาหนูจะเอามาให้

แม่ : (วันนี้ได้ใบเรียนพิเศษมาแล้วที่โรงเรียน) มาไหนมาคุยกัน เรียนเสริมวิชาไหนดีตอนเย็น มีเปิด 3 วิชาวันธรรมดา วิทย์ คณิต ไทย วันเสาร์มีเรียนครึ่งวัน ทบทวนเพื่อเตรียมสอบ แต่แม่ว่า เอาแค่ วิทย์ กับ คณิตก็พอนะ วันเสาร์ด้วยไหมหรือยังไง

พ่อ : เอาแค่วันธรรมดาพอนะพ่อว่า วันเสาร์หยุดเถอะ
ปลาทู : ก็ดีแม่ เอาแค่แม่บอก 2 วิชา แล้วหยุดวันเสาร์แบบที่พ่อบอก แล้ววันอาทิตย์หนูขอไปเรียนศิลปะเพื่อคลายเครียด

แม่ : โอเคดิวตามนั้นนะ เพราะบอกตรง ๆ แม่ไม่อยากให้เหนื่อยเกินไป เพราะพอเหนื่อยเกินไป มันจะไม่อยากเรียน ไม่อยากรับรู้แล้วก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี ฟังแม่นะลูกนะ เต็มที่แค่ไหน คือแค่นั้น ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ เดี๋ยวก็แก้ปัญหากันไป คือถ้าจะสอบได้ที่สุดท้ายแม่ก็โอเค ขอแค่ลูกแม่พยายามพอ

📣 ที่เล่ามายาวเหยียดทั้งหมดนี้ เพียงต้องการจะบอกว่า บ้านเราดูกำลังลูก ดูกำลังตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจในทุก ๆ เรื่องร่วมกันค่ะ เรารู้จักลูกเราดี ไปนั่งเรียนนาน ๆ ไหวแค่ไหน ไม่ไหวแค่ไหน

เราไม่ได้ให้ลูกเรียนทั้งวันธรรมดา ทั้งวันหยุด เพราะเรารู้ว่า “เด็กต้องการเวลาพักบ้าง” เราไม่อยากให้ลูกเครียดจนเกินไป การสอบเข้า ม.1 เป็นเรื่องสำคัญ แต่เราก็จะหาวิธีการจัดการเรื่องสำคัญแบบมีความสุขได้เช่นกัน

ตอนนี้แม่ยุ้ยอาจจะหายไปบ้าง อะไรบ้าง เพราะช่วงนี้ต้องแบ่งเวลาสอนลูกด้วย แล้ววัยนี้ บอกเลยว่า แม่กับพ่อ เหมือนเพื่อน ที่ต้องคอยรับฟัง คอยอธิบายอะไรหลาย ๆ อย่างในวันที่เขากำลังจะเปลี่ยนวัย

เล่าไว้เผื่อเป็นไอเดียกับหลาย ๆ ครอบครัวนะคะ

#แม่ยุ้ยThePlatuStory