การมีส่วนร่วมสำคัญเสมอ


แม่ .. หนูว่าหนูไปวาดรูปขายดีกว่า จะได้เอาเงินมาจ่ายค่าเทอม ?
แม่ .. หนูเอาดินสอไปตั้งขายหน้าบ้านเราได้ไหม เผื่อมีคนซื้อ ?
แม่ .. แม่ทำวุ้นให้หนูเอาไปขายที่โรงเรียนหน่อยซิ

ทุกคำที่เล่ามา คือคำจากปากเด็กปลาทู 7 ขวบทั้งสิ้น
คำเหล่านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร หลายคนเอ่ยถามแม่ยุ้ยว่าสอนลูกยังไงคะ
วันนี้ยุ้ยมีคำตอบเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังคะ

ปลาทูเติบโตมากับการเห็นพ่อแม่ ใน 2 แบบ คือ แบบแรกทำงานออฟฟิต
กลับบ้านดึก เช้าไปส่งลูกไปโรงเรียนแต่เช้า เย็นกลับมาเจอกันตอนจะนอนแล้ว

และแบบที่ 2 คือ พ่อแม่ขายของ ทำงานอยู่กับบ้าน ไปรับไปส่งลูกเอง สอนการบ้านเอง

ภาพสองภาพนี้ต่างกันในใจลูกนะยุ้ยว่า หลายอย่าง แตกต่างไปหมดเลย เราต้องประหยัดขึ้นมาก เมื่อต้องออกมาค้าขาย แต่สิ่งที่ได้มาแม่ยุ้ยว่า มันคือกำไรที่ยิ่งใหญ่มาก คือแม่ยุ้ยเนียเป็นประเภท แม่ทำอะไร เรียกลูกช่วยตลอด แม่แพคของ ถ้าปลาทูปิดเทอม เขาก็จะช่วย เรียงกล่องของ ไปส่งไปรษณีย์ด้วยกัน ช่วยนับสต็อค พอเขียนหนังสือได้ ยุ้ยใช้เลยคะ นับกองนี้ให้แม่ทีจดให้ด้วย ไว้ยุ้ยจะหาภาพ สต็อคที่ปลาทูนับให้แม่มาให้ดู วันนี้รื้อไม่เจอ

แล้วสิ่งที่ลูกเห็นมันคือการ ซึบซับสิ่งที่แม่ทำ ยุ้ยสอนเสมอว่า กว่าแม่จะได้เงินมาลูกเห็นไหมคะว่า แม่ต้องทำอะไรบ้าง กว่าลูกค้าจะซื้อของเรา ยิ่งปิดเทอม ยุ้ยเคยไปขายของตามตลาดนัดอยู่ เกือบปี ยุ้ยเอาลูกไปด้วยช่วงปิดเทอมตลอด ลูกค้าเก่า ๆ ของยุ้ยคงได้เจอแม่ค้าปลาทูกันเยอะ ช่วยหยิบของบ้าง นั่งอ่านนิทานข้าง ๆ ร้านแม่บ้าง เพื่อนแม่มาช่วยพาไปเดินซื้อขนมบ้าง เวลาแม่ขายของ ชีวิตลูกแม่ค้าก็แบบนี้หละคะ ไม่ต่างจากลูกร้านข้าวมันไก่ ร้านขายไข่ ที่ต้องช่วยแม่ เล่นกับแม่ อยู่ที่แผงในตลาด หรือในร้าน

แต่วันนี้ ดอกผลมันออกให้ยุ้ยเห็น เมื่อแม่เอ่ยปากตอบคำถามว่า เราไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดปิดเทอมเพราะแม่ต้องเก็บเงินไว้เป็นค่าเทอม สิ่งที่ลูกเอ่ยปากคือ เราหาของมาขายกันไหมคะแม่ จะได้มีเงิน นี่จึงเป็นที่มาของโครงการให้ปลาทูไปขายของที่โรงเรียนวันศุกร์ (โรงเรียนเปิดให้เช่าที่หน้าโรงเรียนให้ไปขายของ)

แม่ยุ้ยเห็นว่า 7 ขวบเขาคิดอ่านอะไรได้มากพอแล้ว ก็เลยว่าจะให้ไปลองดู นี่เมื่อวานไม่มีการบ้าน ก็ให้เริ่มแยกของ นับของก่อนเอาไปขาย จดไว้ว่าแต่ละแบบมีกี่ชิ้น เดี๋ยววันนี้มาทำต่อ แล้วแม่จะติดราคาให้ หากล่องใส่เงินให้ แต่วันไปขายแม่ไปด้วยนะคะ เพราะยังนับเงินไม่เก่ง ยังคิดตังค์ทอนไม่ค่อยได้ แต่ใจเธอสู้มาก แม่ค้าปลาทูเนี้ย ไปโฆษณาครู โฆษณาเพื่อนซะบานตะเกียง

แม่ยุ้ยไม่ได้หวังอะไร .. หวังแค่ลูกรู้จักคิด ว่าเมื่อเกิดปัญหา เราจะแก้ไขอย่างไร ปลาทูไม่เคยอายที่จะขายของ เพราะเธอเห็นแม่ขาย พ่อขาย แล้วได้เงินกลับมาให้เธอไปเรียน ไปกิน ไปเที่ยว แล้วอะไรที่เธอขอแล้ว แม่บอกว่าเงินไม่พอ ไม่มีนะคะ ลงดีดดิ้น ปลาทูไม่เคยเป็น อย่างมากก็หน้าเศร้า แต่แม่ก็จะบอกเสมอว่า ถ้าอยากได้มาก เก็บเงินเอานะ เดี๋ยวแม่ออกให้ครึ่งนึง แล้วเงินครบเรามาซื้อกัน

แม่ยุ้ยเลี้ยงลูกแบบลูกแม่ค้า ไม่ใช่ลูกเทวดา เลยได้ลูกแบบนี้หละคะ
การให้เด็กมีส่วนร่วมในสิ่งที่เราทำแม่ยุ้ยว่าดีนะคะ เด็กได้เห็นกระบวนการ ได้รับรู้ ได้ช่วยเหลือ แล้วสุดท้ายมันคือการเรียนรู้ทักษะชีวิต

#แม่ยุ้ยThePlatuStory

ปล. สำหรับพี่ป้าน้าอาที่อยากอุดหนุนปลาทู เดี๋ยวขอให้ปลาทูไปลองตั้งโต๊ะขายก่อนนะคะ แล้วถ้ามีของอยู่ ยุ้ยจะลองดูการส่งทางไปรษณีย์ให้ แต่เกรงใจเพราะของราคาร้อยนิด ๆ เสียค่าส่ง จะแพงไปไหม เอาเป็นว่าใครสนใจ inbox ทิ้งไว้นะคะ ยุ้ยไม่อยากออกอากาศนัก เดี๋ยวจะไม่งาม