หนูอยากได้นาฬิกาใหม่


เมื่อหลายวันก่อนเด็กมาคุยกับแม่ว่า “หนูอยากได้นาฬิกาใหม่แม่ เอาแบบมีสามเข็ม และมีตัวเลขบอกวันที่ด้วยได้ไหม ของเดิมเป็นตัวเลขไม่มีเข็ม ไม่มีวันที่” (ของเก่าเรือนละ 60 บาท)

สิ่งที่แม่ตอบกลับไปคือได้ซิ !!! เงินเดือนที่แม่ให้ ก็เก็บแล้วเอาไปซื้อไง อยากได้แบบไหน ไปดูไว้ แล้วก็กลับมาเก็บเงิน
ถ้าใครที่ตามกันมาจะรู้ว่า เทอมนี้ปลาทูได้เงินเดือน เดือนละ 400.- โดยที่แม่ยุ้ยให้อิสระเสรีทางการเงินมาก คืออยากใช้อะไรใช้ อยากซื้ออะไรซื้อ ขออย่างเดียว คือใช้ในวงเงินที่ตัวเองแม่ เท่านั้นเอง

ก็มีหลายคนเปรยว่า ทำไมไม่สอนให้ลูกเก็บเงินก่อน ทำไมไม่ห้ามลูกเวลาลูกซื้อขนมโน้นนี่ ปล่อยให้ลูกซื้อของเล่นทำไม
คำตอบคือ ” เงินของลูกค่ะ แม่ยุ้ยให้ลูกแล้ว การคิดจะใช้จ่ายอะไร มันคือสิทธิ์ขาดของปลาทู ดังนั้น เรื่องนี้แม่จะไม่เข้าไปยุ่งเลย” แต่แม่เองมีความตั้งใจจะสอนกันด้วย “ความจริง” ไม่ใช่ด้วยคำพูด เพราะบอกเลยว่า เด็กเพิ่งเคยมีเงิน ให้พูดไปเถอะ คงไม่ฟังแน่ ๆ

แม่อดทน รอเวลา รอจังหวะและเหตุการณ์ที่เหมาะสมที่จะสอน แล้ววันนั้นก็มาถึงแล้ว
ไปเดินเล่นบิ๊กซีกัน เจอร้านนาฬิกา CASIO ลดราคา 50% เด็กน้อยของแม่พุ่งตรงเข้าไปดู ชอบใจอยู่ 1 เรือน ราคาหลังลดแล้ว 895 บาท สีชมพู แม่ก็ขอให้พี่พนักงาน ลองใส่ให้ดูว่า ใส่ได้รึเปล่า สรุปได้ค่ะ ราคาโอเค ไม่แพงจนเกินไป อยู่ในขอบเขตที่คิดว่า น่าจะรักษาของได้

แม่จึงเอ่ยขึ้นว่า กลับไปนับเงินที่มีก่อน ว่ามีเงินกี่บาท แล้วค่อยกลับมาซื้อ เกิดอะไรขึ้นหลังจากนับเงินรู้ไหม ? ปลาทูมีเงิน 500 บาท เงินขาด 395 บาท และสิ่งที่เด็กพูดออกมาคือ ” รู้อย่างนี้หนูไม่น่าซื้อของเล่น กับขนมเยอะ ๆ ใน 7-11 เลยพ่อ ทำไงดีเงินไม่พอ”
แม่เคยตกปากรับคำไว้ว่าจะซื้อนาฬิกาให้ ตั้งนานแล้ว สมัยที่เรียนเรื่องการดูนาฬิกาแบบเข็ม ก็ยังไม่ได้ซื้อ เลยบอกว่า ปลาทู หนูรู้ไหมว่า บางทีเราก็อยากได้อะไรที่ชิ้นใหญ่ ต้องใช้เงินเยอะหน่อย แต่วันที่เรายังไม่เจอของ เราคิดไม่ออกหรอก เลยใช้เงินไปเรื่อยเปื่อย แล้วพอถึงเวลาอยากได้ แล้วเงินไม่พอ ก็เลยอดไง !!!

คอตก หน้าเศร้าเลย … แต่ครั้งนี้แม่จะออกส่วนส่วนที่ขาดให้นะ แล้ววันศุกร์หลัง ร.ร. เลิกเราไปซื้อกัน (วันที่ไปดูคือวันพุธ)
หน้าบานยิ้มแป้น เมื่อแม่พาไปยังร้านนาฬิกา พนักงานเห็น ถึงกับเอ่ยเสียงอ่อยเลยว่า นาฬิกาเรือนนั้นขายไปแล้วค่ะน้อง
เด็กน้ำตาร่วง เดินปาดน้ำตา เอาหน้าซุกพ่อ เดินออกมาเลย ไม่พูดไม่จาสักคำ บอกเลยว่า วินาทีนั้น แม่ก็อึ้งเหมือนกัน เพราะนึกไม่ถึง แล้วจะทำไงดีแม่ยุ้ยเอ๊ย คิด คิด คิด

ไม่เป็นไรลูก ใจเย็น ๆ เดี๋ยวเราลองดูร้านอื่นกัน แวะกินไอติมให้ใจดี ๆ ก่อนไหม (นี่โปรทุ่มเทแม่เลยนะ นาน ๆ ที) เด็กบอกว่า ไม่กินแม่ ไม่เอา แม่ต้องพาหนูเดินดูทั้งอาคารเลยนะว่ามีร้านอื่นไหม ? สรุปว่าเดินจนทั่ว ไม่มี
แต่ยอมรับเลยว่า ปลาทูปรับอารมณ์ได้ไวกว่าที่แม่คิดมาก ไม่โวยวาย ไม่โอดครวญ เงียบ แต่น้ำตาไหล เอามือปาดน้ำตาเป็นระยะ ถึงบ้านเราเลยคุยกันว่า “บางที การที่เรามีเงิน เราก็ไม่ได้ได้ทุกอย่างหรอกเนาะ” เอาแบบนี้นะ พรุ่งนี้แม่จะพาไปเดอะมอลล์กัน ไปเดินดูที่เดอะมอลล์ อาจจะมีเรือนอื่นที่สวย ถูกใจมากกว่าก็ได้ ถือว่าเราได้เลือกเยอะขึ้นไงลูก

วันนี้เดินตั้งแต่ 11 โมงจนบ่ายสองค่ะพี่น้อง เดอะมอลล์และพลาซ่า ตึกใครเคียงอีก 2 ที่ และไปจบที่โลตัสใกล้ ๆ ร้าน CASIO ที่มี ไม่มีสีชมพู ไปได้สีฟ้าที่โลตัส คนขายน่ารัก ลดราคาให้เหลือ 900 เพราะบอกราคาแพงกว่าเรือนสีชมพูที่เราดูไว้คร้ังแรก
แม่ยุ้ยได้สอนอะไรปลาทูเยอะค่ะจากนาฬิกาเรือนนี้ ใส่ตั้งแต่ที่ร้าน จนตอนนี้ จะสองทุ่มแล้วยังไม่ถอดเลย ดูนาฬิกาทุก 15 นาที
เพราะกว่าจะได้มา ด้วยเงินของตัวเอง 500 บาท การเดินหา แบบไม่บ่นเหนื่อย ไม่งอแงเลย และได้รู้ว่า ต่อไปนี้ จะใช้เงินอย่างไร แล้วแม่จะคอยเฝ้าดูหนูต่อไป

นี่แม่ก็พูดให้ลูกเผื่อใจไว้เหมือนกันว่า ถ้าหาไม่ได้ เราก็เก็บเงินไว้ก่อนนะลูก เงินอยู่กับเรา เจอถูกใจอีกเมื่อไร ก็ค่อยซื้อนะ เลือกให้ถูกใจ

เชื่อว่า นาฬิกาเรื่อนนี้จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราไปอีกนาน
‪#‎แม่ยุ้ยThePlatuStory‬