เมื่อลูกรักโดนเพื่อนขู่


เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวเองด้วย และมีคุณแม่เขียนมาสอบถามด้วยคะ
ในครั้งแรกที่เจอกับตัว แม่ยุ้ยได้แต่
ตกใจ !! เพราะไม่คิดว่า มีเรื่องแบบนี้ด้วยในสังคมเด็กอนุบาล
แม่ยุ้ยเจอเหตุการณ์เมื่อสมัยปลาทูเรียน ร.ร.ที่ 2 (ไม่ใช่ที่ปัจจุบัน)

เด็กอนุบาล 3 มีหัวหน้าแก๊งค์ คอยสั่งเพื่อน ไม่ให้เล่นกับปลาทู
และสั่งเพื่อนให้รุมจักกะจี้ปลาทูสามสี่คนพร้อม ๆ กัน
ในรถโรงเรียนก็สั่งเพื่อนในรถห้ามพูดกับปลาทูเด็ดขาด
และบอกปลาทูว่า จะไปบอกแม่ยุ้ยไม่ให้มารับกลับบ้าน ทิ้งไว้โรงเรียน

การสั่งเพื่อนคนอื่น ๆ ไม่ให้เล่นกับ ลูกเรา จนลูกเรารู้สึกแย่
หรือขู่ว่า จะไปฟ้องครู จะไม่ให้แม่มารับ จะทำโน้นนี่ต่าง ๆ นานา
หรือแม้แต่จะเอาตำรวจมาจับ ทุกกระบวนท่าที่เด็กจะงัดมาขู่กันได้

มันมีจริง ๆ คะ .. บอกไว้สำหรับคนที่ลูกยังไม่เข้าโรงเรียน
และบอกไว้สำหรับคนที่อาจจะนึกไม่ถึง

แม่ ๆ อย่างเราจะรับมืออย่างไรดี กับเหตุการณ์แบบนี้
หากลูกเราถูกเพื่อนขู่สารพัดรูปแบบ
แม่ยุ้ยยกตัวอย่างเคสปลาทูให้ฟังก่อนนะคะ
วันที่พี่คนนั้นขู่ว่าจะไปบอกแม่ ไม่ให้มารับกลับบ้าน
สิ่งที่แม่ไปถึงโรงเรียน ซึ่งยุ้ยไปรับเองเพราะแก้ไขเรื่อง บนรถโรงเรียน
ภาพที่เจอคือ ลูกนั่งร้องไห้ไม่หยุด ครูบอกว่าร้องมาเป็นชั่วโมง
ถามก็ไม่พูดว่าร้องทำไม ปลอบยังไงก็ไม่หยุด
แม่เลยบอกว่าไม่เห็นไรคะครู เดี๋ยวแม่จัดการเอง

แม่เข้าไปกอดแล้ว บอกสั้น ๆว่า เป็นอะไรไปลูก แม่มาแล้วนะ
ไปเรากลับบ้านเรากัน .. ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น
รู้แค่ว่า … ลูกจะอุ่นใจถ้าแม่อยู่ด้วยตรงนี้ แล้วสบายใจเมื่อไหร่ค่อยเล่า

เราก็กลับบ้านกันไปทำกิจกรรมโน้นนี่นั่น จนลูกหายร้องไห้
แล้วเมื่อลูกพร้อม ถึงได้ชวนกันคุยว่า หนูร้องไห้ทำไมคะ ?
ใครทำอะไรลูกแม่ ไหนบอกแม่ซิ
จึงได้ความว่า พี่เขาขู่ว่าจะมาบอกแม่ ไม่ให้มารับหนูกลับบ้าน
เพราะเขาขึ้นรถโรงเรียน ถึงบ้านก่อนหนู

เมื่อแม่ได้ความดังนั้นจึงต้องจัดการเสียหน่อย
ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน เพราะสิ่งที่แม่ต้องทำคือ

“สร้างความมั่นใจ” ให้ลูก เชื่อเรามากกว่าพี่คนนั้น

นี่คือหัวใจหลักในการแก้ปัญหาเรื่องการโดนขู่
ลูกเราหัวอ่อน เชื่อคนที่มาขู่ นี่คือ ประเด็นใหญ่
จะต้องทำอย่างไรหละ ที่ทำให้ลูกเราไม่สนใจคำขู่เหล่านั้น
นี่หละคะ ภารกิจของมนุษย์แม่อย่างเรา

แม่ถามลูกว่า .. หนูว่าพี่คนนั้นจะออกคำสั่งให้แม่ทำตามได้เหรอลูก
แล้วหนูเคยเห็นแม่ทิ้งหนูไว้ที่ไหนลำพังไหม
เวลาแม่ไปรับ แม่ก็ไปตรงเวลาตลอดนะ ไม่เคยปล่อยหนูเลยเนาะ
ไหนหนูบอกแม่ซิ ว่าแม่เคยไปรับช้า จนมืดสักครั้งไหมลูก ?
ไม่มีเห็นไหมหละ .. แล้วหนูคิดว่า พี่คนนั้นจะมาสั่งแม่ได้ยังไง
แม่รักลูกแม่นะ แม่จะทิ้งลูกแม่ไว้ โรงเรียนได้ที่ไหนกันหละ
แล้วแม่จะกอดใคร แม่เป็นห่วงลูกแม่จะหิวซิ
ไม่มีแม่คนไหนทิ้งลูกไว้โรงเรียนนะลูกนะ

พี่เขาก็แค่หลอกให้หนูกลัว หลอกให้หนูเชื่อเขา
หนูว่าหนูจะเชื่อใครดีหละ ระหว่าง แม่ กับพี่คนนั้น คิดซิลูก !!!

นั่นหละคะ หนสุดท้ายที่ปลาทูโดนเพื่อนขู่สำเร็จ
และในกรณีการขู่ว่า จะไม่ให้คนโน้นคนนี้เล่นด้วย ก็ทำเช่นเดียวกัน
เพื่อนลูกมีเยอะแยะ ลูกว่าทำไม คนนี้ถึงจะสั่งเพื่อนได้หมดห้องหละ
แล้วถ้าลูกแม่เล่นสนุก ใคร ๆ ก็อยากมาเล่นด้วยเอง
ถ้าเป็นแม่ ใครมาสั่งแม่ห้ามเล่นกับเพื่อนที่สนุก ๆ ไม่เกเร แม่ไม่ฟังหรอก

สร้างแนวคิดเชิงบวกที่จะปรับความรู้สึกตัวเองให้ลูก
สร้างความเข้มแข็งในใจ ความเชื่อมั่นในตัวเองให้ลูก

แล้วอย่าลืมห้อยท้ายไว้เสมอว่า อะไรที่ใครพูดมา บอกมา แล้วลูกไม่แน่ใจ
หรือว่า ไม่รู้ว่าจริงหรือว่าไม่จริง เขาหลอกรึเปล่า ให้กลับมาถามแม่นะ
เดี๋ยวแม่จะตอบคำถามให้นะจ๊ะ

แม่เป็นที่พึ่งได้เสมอ หอบทุกคำถามกลับมาถามแม่
หยิบทุกเรื่องที่สงสัยกลับมาถามแม่
นอกจาก สร้างความเข้มแข็งไม่ให้ถูกขู่ได้แล้ว
แม่ยังแอบสร้าง ความใกล้ชิดและความเป็นมิตรแถมไปด้วย

ลองนำไปใช้กันดูนะคะ แม่ยุ้ยผ่านปัญหานี้มาได้แล้ว
ใครยังไม่สามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้ เขียนมาปรึกษากันได้นะ

ทุกปัญหา แก้ไขที่ลูกเรานะคะ เพราะเราเปลี่ยนลูกคนอื่นไม่ได้
และขอให้เห็นใจเด็กจอมขู่เหล่านั้นด้วย เพราะเด็กเหล่านี้
คงจะโดนพ่อแม่ขู่ให้กลัว จนรู้ว่ามันได้ผล จึงนำมาใช้ต่อกับเพื่อน

ใครชอบขู่ลูก !!! ระวังไว้นะ เค้าขอเตือนจากใจ !!!

#แม่ยุ้ยThePlatuStory