เพราะ พ่อแม่คือ ตัวอย่าง



เชื่อสุดหัวใจว่า พ่อแม่ทุกคนอยากจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกทั้งสิ้น
แม่ยุ้ยก็เป็นหนึ่งในนั้น .. ตั้งแต่มีลูก บอกเลยว่า “นิสัยดีขึ้นเยอะ” 
หลายอย่างก็พยายามจะเลี่ยงไม่ทำ เพราะรู้ว่ามันไม่ดี

เลิกใช้เท้าปิดพัดลม
เลิกนอนดูทีวีอืดทั้งวัน แถมกินไป ดูไปด้วย
เลิกอ่านหนังสือเวลากินข้าว
เลิกมึนเมาเวลาปาร์ตี้

และอีกหลาย ๆ อย่างที่พยายามเลิก
ส่วนอะไรที่ เลิกยังไม่ได้ ก็พยายามเลี่ยงและลด

เลี่ยงการใช้คำพูดยุคพ่อขุน
เลี่ยงการใช้มือถือบนโต๊ะอาหาร
เลี่ยงการ ปะทะคารมกับพ่อของลูกต่อหน้าลูก
เลี่ยงการเม้าส์บุคคลที่สามให้ลูกได้ยิน

เพราะคำเดียวเลยคือ “เราอยากเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก”
แต่ผ่านการครองตำแหน่ง “แม่และพ่อ” กันมา 7 ปี
ระหว่างทางการดำรงตำแหน่ง ก็มีพูดคุยกันกับพ่อของลูกอยู่เสมอ
จนวันหนึ่งเราได้ .. จุดที่เรารู้สึกสบายใจในการ

เป็นตัวอย่างในชีวิตจริง

พร้อมแนวคิดที่ว่า
พ่อและแม่ไม่ใช่ นางฟ้า เทวดา ที่จะดีทุกอย่าง
พ่อและแม่ ก็คนธรรมดา มีทั้งดีและไม่ดีในตัว
พ่อและแม่ ก็ยังดำรงชีวิตปกติ ที่มีลืมบ้าง เผลอตัวบ้าง

สิ่งที่ทำให้เราคิดแบบนี้เพราะ บางครั้งเราก็รู้สึก “ไม่เป็นตัวเองจนเกินไป”
เราจึงมีการพูดคุยกับลูก สิ่งที่พ่อแม่ทำ มีทั้งดีและไม่ดีนะคะ
อันไหนไม่ดี ถ้าแม่และพ่อรู้สึกตัว ก็จะรีบแก้ไข
เพราะทุกคน “มีโอกาส” ที่จะทำอะไรไม่ดี ไม่ถูกต้องได้เสมอ
แต่พ่อและแม่ก็พยายามที่จะ “ฝึกฝน” ตัวเองอยู่เสมอ

วันไหนที่ลูกเห็นสิ่งที่พ่อและแม่ทำ แล้วลูกคิดว่ามันไม่ดี
เดินมาบอกนะลูกนะ .. เราเดินมาคุยกัน
ช่วยกันหาทางคิดดีกว่า ว่าทำยังไงที่เราจะ “ฝึกฝน” ร่วมกันได้

แทนที่ ภาพพ่อและแม่ ในใจลูกจะต้อง เพรียบพร้อม
ทุกลีลา ทุก ๆ อย่าง สมเป็นเธอ คือมันไม่ใช่นะ

ให้ลูกเข้าใจ “ชีวิตจริง” ของคนจริง ๆ ทียังเดินดิน กินข้าวแกงนี่หละ
แต่ “เราไม่ได้เมินเฉย” ต่อการ “ทำผิด หรือทำไม่ดีของกันและกัน”

วันที่ลูกเห็นใครทำผิดแผกไปจากสิ่งที่พ่อแม่บอกว่าดี
ลูกก็จะไม่รู้สึก “ต้องการกล่าวโทษ” ในความผิดเหล่านั้น
ลูกแม่ก็จะมีมุมมองอย่างเข้าใจว่า เขาคงลืมตัว เขาคงเผลอไป
เดี๋ยวเขาก็คงเริ่มต้น “ฝึกฝน” เพื่อแก้ไขตัวเองใหม่ได้

สิ่งที่ทำให้แม่ยุ้ยเปลี่ยนแนวคิดคือ ลูกไม่เข้าใจ
ว่าทำไม สิ่งที่แม่บอกไม่ดี แล้วแม่ยังทำ แม่ยังลืม เพื่อนแม่ยังทำ
เพื่อนหนูเองก็ยังทำ คนโน้นที่เดินตรงถนนโน้นก็ยังทำ

และเมื่อวันที่ลูกเผลอทำ ลูกรู้สึก “โทษตัวเอง” จนเกินไป

แม่จึงได้กลับมาฉุกคิด .. เราตั้งใจดี เกินชีวิตจริงให้ลูกเห็นรึเปล่านะ
สอนให้ลูกอยู่บนพื้นฐานของ “ชีวิต” จริง และเข้าใจว่ามันคืออะไรน่าจะดีกว่า

รักกันบนพื้นฐานของความจริง และเงื่อนไขในชีวิตที่มีคะ

เพราะการสอนที่ดีที่สุด คือการเป็นตัวอย่างให้เห็นนี่หละ

เราไม่ได้ตั้งใจ ขโมยของให้ลูกดู
เราไม่ได้ตั้งใจ ทำร้ายคนอื่นให้ลูกเห็น
เราไม่ได้ตั้งใจ ขับรถอย่างขาดวินัยเป็นนิสัย

แต่เราทำทุกอย่างบนพื้นฐานของจิตใจที่ไม่คิดร้ายและไม่เบียดเบียน
การกระทำมันก็จะถูกส่งออกจากมาจากใจของเรานั่นเอง